เปลี่ยนบ้านให้เป็นรีสอร์ทส่วนตัว
วันที่ 18 ตุลาคม 2552
“ร้อน..ร้อน..ร้อน” ช่วง นี้ คงได้ยินเสียงบ่นจากหลายๆคนแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว แต่ถ้าลองสังเกตกันดูดี ๆ ช่วงหลัง ๆ มานี่ ความร้อนรู้สึกว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี คนที่เคยชินกับความร้อนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ยังชักจะเริ่มทนไม่ไหวแล้ว

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ” หลักฮวงจุ้ยสอนว่า บ้านที่ดีอยู่แล้วสบายจะต้องเป็นบ้านที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ความหมายของคำว่า “ธรรมชาติ” ภาพที่นึกถึงก็คือ สภาพที่เป็นป่าเขาลำเนาไพร มีธารน้ำไหลริน ให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย ลักษณะธรรมชาติแบบนี้ไม่มีสิทธิ์หาได้ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยบ้านที่แออัด สร้างติด ๆ กัน ประเภทหลังบ้านชนหลังบ้าน เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมของธรรมชาติขึ้นมาเองภายในบ้าน ปัจจุบันการตกแต่ง การจัดสวนภายในบ้าน จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพราะคนเราเริ่มตระหนักแล้วว่า ธรรมชาติมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต หลังจากที่ธรรมชาติถูกทำลายไปจนเกือบจะเยียวยาไม่ได้อยู่แล้ว
“แต่งบ้านอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับหลักของธรรมชาติล่ะ”
ถ้า จะพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ และเห็นภาพ ก็คือ แต่งบ้านให้เป็นรีสอร์ทไงครับ เคยสังเกตกันไหมครับว่า เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปพักที่รีสอร์ทสวย ๆ เราจะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ได้เห็นสวนสวย ๆ น้ำพุน้ำตก หรือสระน้ำกว้าง ๆ ให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
แบบบ้านชั้นครึ่ง “การทำบ้านให้เป็นรีสอร์ท คนในบ้านจะได้พักผ่อนได้ทุกวันใช่ไหมครับ” ใช่ แล้ว นั่นเป็นคอนเซ็ปท์ ในการแต่งบ้านล่ะ องค์ประกอบในการแต่งบ้านให้เป็นรีสอร์ทนั้น จะมีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบ้าน รูปแบบของสวน แต่ถ้ามองกันที่ภาพรวม แบบบ้านที่เป็นรีสอร์ทได้นั้น ก็คือ แบบบ้านที่แวดล้อมไปด้วยสวน นั่นเอง
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน การแต่งบ้านจึงเน้นไปที่ความเย็น การจัดสภาพแวดล้อมแบบรีสอร์ท ถือเป็นการตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด สิ่งที่จะเอื้อประโยชน์ที่จะทำให้บ้านเย็น จะมีอยู่ 3 ปัจจัยใหญ่ๆ คือ ลม น้ำ และต้นไม้
แปลนบ้าน ลม ทำให้อากาศมีการไหลเวียน ไล่กลิ่นอับที่อยู่ในบ้าน นอกจากนี้ยังนำอากาศบริสุทธิ์ (ออกซิเจน) จากต้นไม้ที่อยู่ใกล้มาให้คนรอบข้างอีกด้วย บ้านที่ดีจึงควรอยู่ทางทิศใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทางลมใหญ่ บ้านนั้นจะได้รับลมเต็มที่
แบบบ้านชั้นครึ่ง น้ำ ให้ความเย็นสดชื่น น้ำที่เคลื่อนไหวจะให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา เบิกบานใจ เมื่อได้มองเห็น เสียงน้ำให้ความเพลิดเพลิน และผ่อนคลาย ยามได้ยิน การจัดวางตำแหน่งของน้ำ จึงควรวางในมุมที่คนในบ้านมองเห็นได้ง่าย เช่น บริเวณหน้าบ้าน ประตูทางเข้า ถ้าเป็นน้ำขนาดใหญ่ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ ควรหลีกเลี่ยงทางทิศตะวันตก เพราะแสงอาทิตย์จะสะท้อนน้ำรบกวนคนในบ้านได้ ควรวางทางทิศเหนือ หรือใต้ ซึ่งเป็นทิศทางลมจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นน้ำขนาดเล็กอย่าง น้ำพุ น้ำตก ไหน้ำล้น สามารถเลือกวางได้ทุกจุดในบ้าน
ต้นไม้ ให้ร่มเงาและปกป้องมลภาวะจากเสียง ฝุ่นละออง และฝน นอกจากนี้ยังให้ออกซิเจนที่บริสุทธิ์ ทำให้อากาศบริเวณนั้นดีกว่าบริเวณทีไม่มีต้นไม้ ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ ควรเลือกปลูกทางทิศตะวันออก – ตะวันตก เพื่อปกป้องแสงแดดในช่วงเช้าและบ่าย ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ปิดทางลม (เหนือ-ใต้)

เพราะฉะนั้น องค์ประกอบในการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นรีสอร์ท จึงต้องมีทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ส่วนการจัดจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของบ้านเป็นสำคัญ ประโยชน์ของการทำบ้านให้เป็นรีสอร์ท นอกจากจะให้ผลดีกับคนในบ้านแล้ว บ้านที่อยู่รายล้อมก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย ความสวยงามของสวน ความร่มรื่นของต้นไม้ ใครอยู่ใกล้ก็ให้ความรู้สึกดีทั้งนั้น
ลองนึกภาพกันดูว่า ถ้าบ้านทุกหลังเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอะไรมากหรอกครับ เอาแค่ปลูกต้นไม้คนละต้นสองต้นในบ้านของตัวเอง แค่นี้ก็สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับสถานที่นั้นแล้ว แถมยังช่วยลดภาวะโลกร้อนให้น้อยลงได้อีกด้วย…แบบบ้านชั้นครึ่ง