Posts from the ‘การดูแลบ้าน’ Category

การออกแบบห้องนั่งเล่น

การออกแบบห้องนั่งเล่น
แบบบ้านชั้นครึ่ง
การจัดวางควรจะแยกออกจากบริเวณทางเดิน เมื่อมีคนเดินไปมาจะได้ไม่เป็นการรบกวนสมาธิ ของผู้ที่นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ พูดคุย หรือดูรายการ โทรทัศน์ การจัดวางหนังสือ แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ท วิดีโอเทป หรืออุปกรณ์อื่นๆ ควรจัดวางในที่ที่หยิบใช ได้ง่าย จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม จัดวางโต๊ะเตี้ยๆ สำหรับวางแก้วน้ำ ที่เขี่ยบุหรี่ และแมกกาซีนต่างๆ ไว้ในบริเวณที่นั่ง ติดตั้งโคมไฟ เพิ่มให้สว่างพอ และอยู่ในตำแหน่งที่ใช้นั่งอ่านหนังสือ เขียนหนังสืองานเย็บปักถักร้อย และงานอื่นๆ ที่ต้องใช้สายตา
เราควรคำนึงการประกอบกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแบบแปลนเลยทีเดียว เช่น การทำงาน เขียนหนังสือ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ เหล่านี้ควรจะอยู่ในบริเวณที่สงบ ถ้าเป็นไปได้ควรจะจัดไว้ ในห้องนอน เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์ ในการเย็บปักถักร้อย ขนาดใหญ่นั้นไม่เหมาะ ที่จะนำมาตั้งไว้ ในห้องนั่งเล่น แต่ถ้าจำเป็นจะต้องใช้งานจริงๆ ก็ใช้ในเวลาที่ไม่มีการใช้งานในห้องนี้ โต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ ควรเป็นชุดเดียวกัน เพราะเมื่อมีการจับแยกชุด ไปไว้ห้องอื่นจะสังเกตได้
แบบบ้านชั้นครึ่ง
การจัดวางจุดสนใจในห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นไม่ควรเป็นห้องที่น่าเบื่อ ฉะนั้นจึงควร มีการจัดจุดสนใจไว้ตามตำแหน่ง ต่างๆ ซึ่งในห้องหนึ่งๆ อาจมีการจัดทำได้หลายๆ วิธีร่วมกัน หรือนับเฉพาะ วิธีใด วิธีหนึ่งเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความพอใจ ของเจ้าของ บ้านเอง การจัดวางกระถางต้นไม้ รวมกันและจัดไฟส่อง ในจุดนั้น ทำให้มีชีวิตชีวาในบริเวณนั้น ซึ่งเดิมเป็น บริเวณมุม ที่ค่อนข้างมืด หรือการจัดดอกไม้แห้ง ดอกไม้สด ไว้หน้ากระจก ทำให้สวยสะดุดตา มากยิ่งขึ้น แขวนโคมไฟที่สวยงามเป็นกลุ่ม โดยมีจุดประสงค์ เน้นทางด้านความงาม หรือจะเลือกที่สวยงาม มาสักชิ้นหนึ่ง ซึ่งอาจจะ เป็นโคมไฟแบบตั้ง นำมาตั้งไว้ ในตำแหน่งที่โดดเด่น และเรายังได้แสงสว่าง จากโคมไฟได้อีกด้วย

การจัดวางจุดสนใจในห้องนั่งเล่น
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ภาพวาดด้วยสีต่างๆ นำมาติดในตำแหน่ง ที่กลมกลืน และสามารถชื่นชม ความงามของภาพ ได้ถ้ามีภาพที่สำคัญ หรือรัก เป็นพิเศษให้จัดไว้ ในตำแหน่งที่สำคัญ โดดเด่น และแยกจากภาพอื่นๆ ติดไฟสปอตไลท์ส่องภาพ และถ้ามี เฟอร์นิเจอร์ ที่พิเศษ เราอาจจะจัดไว้ใน ลักษณะ ที่คล้ายคลึงกันได้ ควรใช้ประโยชน์จากหนังสือดีๆ ที่เราอ่านอยู่ เป็นประจำ จัดหนังสือเหล่านี้ ไว้เป็น กลุ่มบนโต๊ะข้าง หรือโต๊ะเตี้ยสำหรับ วางของ แน่นอนที่สุด ผู้ที่ได้มา นั่งพักผ่อน หรือพูดคุยกัน ย่อมให้ความสนใจ และหยิบดูเพลินๆ เป็นการขจัดความเบื่อหน่าย ในการรอคอยได้ สำหรับนักสะสมของเก่า ของโบราณ ศิลปวัตถุหรือของจุกจิก จัดวางของเหล่านั้นให้สวยงาม และควรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เพื่อให้เป็น จุดเด่นที่แปลก และน่าสนใจ หนังสือหายาก วัตถุโบราณ หินกรวด กล่องต่างๆ แก้วสวยงาม ตุ๊กตา เหยือก ยิ่งหาของที่แปลก ได้เท่าไรยิ่งดี บริเวณที่จัดวาง ไว้นั่นก็ดูยิ่งน่าสนใจมากขึ้น
ลวดลายประดับ ทางสถาปัตยกรรม เช่น ซุ้มประตู และลายปูนนั้น หรือลวดลายประดับเพดาน สิ่งเหล่านี้ เราควรจะรักษาเอาไว้ และซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพ ที่สมบูรณ์ อย่าตั้งเฟอร์นิเจอร์ บังความสวยงาม ของลวดลายเหล่านี้ และควรจัดแสงไฟ ให้ส่องสว่าง เน้นความงามในจุดเหล่านี้ โดยปกติแล้ว ในห้องนั่งเล่น มักจะตั้งโทรทัศน์ เป็นจุดศูนย์กลาง แต่โทรทัศน์ ไม่เป็น จุดศูนย์กลาง ที่ดีนัก เฉพาะอย่างเวลา ที่มีรายการ อีกประเภทหนึ่ง โทรทัศน์ อยู่ตรงกลาง แล้วล้อมรอบ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ การและกิจกรรมอื่นๆ ไว้บนโต๊ะ ที่มีล้อเลื่อนเพื่อจะได้เคลื่อนย้ายออกไปได้ เมื่อไม่มีรายการโทรทัศน์ แบบบ้านชั้นครึ่ง

ความรู้เกี่ยวกับการประกันอัคคีภัยบ้าน

ความรู้เกี่ยวกับการประกันอัคคีภัยบ้าน
ความ รู้เกี่ยวกับการประกันอัคคีภัยบ้าน กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย จะให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้น แก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้ดังนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรงจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า (รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจรจากฟ้าผ่า) ระเบิดทุกชนิด ยานพาหนะหรือช้าง ม้าวัวควาย ภัยจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากยานอวกาศ ภัยเนื่องมาจากน้ำแบบบ้านชั้นครึ่ง
ความเสียหายทางอ้อม เช่น ความเสียหายที่เกิดจากน้ำหรือสารดับเพลิงอื่นๆ ที่ใช้ดับไฟทำให้ทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียงเปียกและเสียหาย หรือความเสียหายจากการพังบ้านหรือตะลุยทางเข้าไปดับเพลิง หรือเจ้าหน้าที่ไปยืนบนหลังคาบ้านของผู้เอาประกันภัยเพื่อฉีกน้ำเข้าไปยังบ้านที่ถูกไฟไหม้ ทำให้กระเบื้องหลังคาแตกเสียหาย ความเสียหายจากควันหรือความร้อนจากไฟ หรือความเสียหายเนื่องจากกำแพง หรือชิ้นส่วนอาคารทีถูกไฟไหม้หล่นทับทรัพย์สินที่เอาประกันภัยเสียหาย
นอกจากความคุ้มครองดังกล่าวแล้ว หากผู้เอาประกันภัยต้องการความคุ้มครองเพิ่ม
เติมก็สามารถซื้อเพิ่มเติมโดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มได้ ภัยที่สามารถขอซื้อเพิ่ม ได้แก่ ภัยลมพายุภัยน้ำท่วม ภัยลูกเห็บ ภัยแผ่นดินไหว เป็นต้น ภัยจากสังคม เช่น ภัยจากการจลาจลนัดหยุดงานและภัยอื่นๆ เช่น ภัยจากควันที่เกิดจากเครื่องทำความร้อน และเครื่องปรุงอาหารในการทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ผู้เอาประกันภัย สามารถเลือกกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยได้ 2 แบบ
1.แบบปกติ โดยการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน
2.แบบการชดใช้ ตามมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหมแบบบ้านชั้นครึ่ง
หากกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น การกำหนดเงินเอาประกันภัยไว้คลาดเคลื่อน แต่ไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน(โดยผู้เอาประ
กันภัยไม่ตั้งใจ) บริษัทประกันภัย จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มความเสียหายที่แท้จริง แต่ถ้ากำหนดไว้ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าที่แท้จริงแล้ว บริษัทจะนำเอาหลักการเฉลี่ยความเสียหายเข้า
มาใช้ ซึ่งจะทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการชดใช้สินไหมทดแทนต่ำว่า 70% ของความเสียหายที่เกิดขึ้น
ู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ โดยแจ้งให้บริษัทที่ทำประกันอัคคีภัยไว้ทราบทันที พร้อมส่งหลักฐานและเอกสารภายใน 30 วัน นับแต่วันเกิดความเสียหายโดยต้องทำหนังสือแจ้งรายละเอียดของทรัพย์สินที่เสียหายและจำนวนเงินค่าเสียหายของทรัพย์สินนั้นอย่างละเอียด พร้อมกันนี้ต้องแสดงหรือจัดหาพยานหลักฐานต่างๆ ข้อพิสูจน์ และข้อความเกี่ยวกับการเรียกร้องต้นเพลิงหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดอัคคีภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรักษาทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้ แม้หลังเกิดความเสียหายแล้วซากทรัพย์นั้นจะไม่มีมูลค่าเลยก็ตาม เพื่อหลักฐานแห่งความเสียหายแบบบ้านชั้นครึ่ง

การจัดวางห้องรับแขก

จัดวางห้องรับแขก ตามหลักฮวงจุ้ย
แบบบ้านชั้นครึ่งการจัดห้อง รับแขกภายในบ้านหรือภายในสำนักงาน ให้ถูกต้องตามหลักการทางฮวงจุ้ย และเพื่อเสริมสร้างบารมี พร้อมทั้งนำความมั่งมีศรีสุขมาสู่เจ้าของบ้านห้องรับแขกจัดได้ว่าเป็นด่านแรกที่ทุกท่านใช้เป็นสถานที่ในการต้อนรับบุคคล ภายนอกที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนั้น เราจึงมักให้ความสำคัญในการตกแต่ง และประดับประดาสิ่งของให้ดูสวยงามตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน ซึ่งบางท่านอาจชอบ แบบหรูหรา บางท่านอาจชอบแบบขรึม ๆ บางท่านก็ชอบแบบคลาสิค หรือชอบแบบทันสมัยไฮเทค เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะจัดห้องรับแขกแบบใด ก็มักจะเป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกและรสนิยมของเจ้าของบ้านทั้งสิ้น ดังนั้น ห้องรับแขกจึงควรเป็นห้องหนึ่งที่เจ้าของบ้านสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนได้
หลักการจัดห้องรับแขก
1. ห้องรับแขกควรอยู่ในตำแหน่งและทิศทางที่รุ่งเรือง ซึ่งจะต้องสมพงษ์กับพื้นดวงของเจ้าบ้าน (ท่านต้องขอให้ผู้รู้คำนวณทิศทางที่เป็นมงคลของท่าน ซึ่งจะมีหลักการคำนวณ โดยใช้ศาสตร์ของโป๊ยหยี่สี่เถียวหรือดวงจีน นั่นเอง สำหรับท่านที่ไม่ทราบอาจขอให้ทางคอลัมน์คำนวณให้ได้ เป็นรายบุคคลไป เนื่องจากหากจะนำมาอธิบายในที่นี้ คงต้องเล่ารายละเอียดกันยืดยาวพอสมควร)
2. สีสันที่ใช้ในการตกแต่งห้องรับแขก ควรเป็นสีที่นำความรุ่งเรืองและเป็นสิริมงคลรวมทั้งต้องถูกโฉลกต่อตัวท่านเช่นกัน (ก็คงต้องอาศัยการคำนวณเป็นรายบุคคล เช่นเดียวกับ ข้อ1)
3. ห้องรับแขกควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่เห็นได้เด่นชัด เนื่องจากจะบ่งบอกว่าท่านยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
แบบบ้านชั้นครึ่ง
4. ควรหลีกเลี่ยงการนำฉากมาตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า เนื่องจากไม่สวยงามแล้วยังเป็นการสกัดกั้นการไหลเวียนของกระแสชี่ หรือกระแสของโชคลาภที่จะไหลเวียนเข้ามาภายในบ้านท่านด้วย
5. ภายในห้องรับแขกไม่ควรติดกระจกหรือวัสดุสะท้อนแสง เนื่องจากจะกลายเป็นสะท้อนแขกของท่านออกไป
6. บริเวณด้านหลังห้องรับแขกไม่ควรเป็นห้องนอน หรือบันไดวน
7. หลีกเลี่ยงการจัดวางห้องรับแขกอยู่บริเวณคานของตัวบ้าน หรือใต้ชั้นลอย เนื่องจากจะสร้างความรู้สึกอึดอัด และแขกจะรู้สึกถูกเหยียบย่ำอยู่ตลอดเวลา
8. สำหรับท่านที่ชอบเลี้ยงปลาสวยงาม อาจตกแต่งห้องรับแขกด้วยตู้ปลา แต่ควรระมัดระวังเรื่องตำแหน่งของที่ตั้งตู้ปลาด้วย เนื่องจากในทางฮวงจุ้ย ตู้ปลาเปรียบเสมือน “น้ำ” และ “น้ำ” ในทางฮวงจุ้ยมีบทบาทสำคัญในการเก็บกักกระแสชี่ หรือกระแสมงคล ดังนั้นการวางตู้ปลาจึงควรอยู่ในตำแหน่งไชอุย หรือตำแหน่งโชคลาภ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่อยู่ตรงข้ามประตู หรือด้านที่ทะแยงกับมุมของประตู้ห้องรับแขกทั้ง 2 ด้าน
นอกจากนี้ตู้ปลาควรตั้งอยู่ในตำแหน่งรุ่งเรืองที่ถูกโฉลกกับพื้นดวงชะตาของเจ้าของบ้านอีกด้วยก็จะดีมาก
9. ตำแหน่ง “ไชอุย” หรือตำแหน่งรับโชคลาภของห้องรับแขกไม่ควรทำเป็นประตู เนื่องจากโชคลาภที่ไหลเวียนเข้ามาจะเก็บไว้ไม่อยู่ จะไหลออกไปหมด เปรียบเสมือนท่านทำงานหาเงินมาได้มากเท่าไหร่ก็จะมีแต่ทางใช้จ่ายไปมาก
ไม่สามารถเก็บสะสมออมทรัพย์ได้ แปลนบ้าน
10. หลอดไฟที่จะนำมาประดับเพดาน ควรเป็นรูปทรงกลม เปรียมเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ส่งสกาวสดใสระยิบระยับเต็มไปหมด ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าให้ท่านอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด
11. หากท่านต้องการวางตู้โชว์ภายในห้องรับแขก ที่ควรจัดวางในต่ำแหน่งที่รุ่งเรืองและส่งเสริมพื้นดวงของเจ้าของบ้านด้วย เช่น ถ้าเจ้าของบ้านขาดธาตุน้ำก็ควรวางตำแหน่งตู้โชว์ทางทิศเหนือ ซึ่งหมายถึง ธาตุน้ำ เป็นต้น
12. ชุดรับแขกหรือโซฟา ก็ควรจัดให้เรียงรายอยู่ในบริเวณเดียวกับตู้โชว์ โดยอาศัย หลักการที่ว่าเจ้าของขาดธาตุใด หรือต้องการเสริมธาตุใดก็ควรวางโซฟาไว้ในทิศทางนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากการจัดวางตู้โชว์และโซฟา เปรียบเสมือนภูเขาที่รับลมจากน้ำ และเป็นพลังหยิน คือความนิ่งนั่นเอง จะบ่งบอกถึงความมั่นคงหนักแน่นที่จะช่วยเสริมบารมีให้แก่เจ้าของบ้านได้ ในขณะเดียวกัน ประตูเข้าห้องรับแขกก็เปรียมเสมือนพลังหยาง เป็นการรับลมจากฟ้า หรือรับกระแสชิ่ให้ไหลเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน
การจัดห้องรับแขกสำหรับบุคคลที่ต้องการธาตุน้ำมาเสริมในดวงชะตาก็ควรจัดให้อยู่ในมุมของทิศเหนือ หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหมายถึงธาตุน้ำและธาตุทองตามลำดับ
ในบ้านแต่ละหลัง ตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่เจ้าของบ้านไม่ควรละเลยในการจัดวางให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่เย็นเป็นสุข ประสบแต่โชคลาภ ซึ่งบุคคลทั่วไปมักให้ความสำคัญกับการจัดตำแหน่งห้องนอน ห้องพระ แต่มีอีกหลาย ๆ ท่านที่ละเลยการจัดวางตำแหน่งไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น หากท่านพอมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนี้บ้างพอสมควรแล้ว เชื่อว่าหากท่านจัดห้องรับแขกได้ถูกหลักการตามที่กล่าวมาข้างต้นได้แล้ว ท่านก็จะมีที่อยู่อาศัยที่จะบันดาลความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและความอบอุ่นมาสู่ครอบครัวของท่านได้ชั่วนิรันดร์แบบบ้านชั้นครึ่ง

เทคนิคจัดแต่งห้องทำงานให้ผ่อนคลาย

เทคนิคจัดแต่งห้องทำงานให้ผ่อนคลาย

แบบบ้านชั้นครึ่งวันที่ 19 กันยายน 2551
ห้องทำงาน เป็นห้องที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำนำสมัยอยู่เสมอ จึงสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงานออกแบบตกแต่งภายในมาตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ในอดีตภายในห้องอาจมีเพียงแค่เครื่องเสียงไฮไฟ โทรทัศน์ และเครื่องเล่นวิดีโอเท่านั้น แต่ปัจจุบันภายในห้องทำงานมีทั้งเครื่องเล่นดีวีดี ระบบเสียงรอบทิศทาง คอมพิวเตอร์ แฟกซ์ และพริ้นเตอร์ รวมถึงห้องอื่นๆ ภายในบ้านก็อาจต้องประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้เช่นกัน นอกจากนี้ บ้านสมัยใหม่ทั่วไปมักมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านอีกด้วย
ในอดีตที่ผ่านมา อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้ มักถูกซ่อนหรือปกปิดไว้อย่างมิดชิด แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว กลับชอบที่จะโชว์สิ่งเหล่านี้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โทรทัศน์ และจอคอมพิวเตอร์ แต่จะซ่อนอุปกรณ์ประกอบที่ไม่สวยงาม เช่น Hard Drive พริ้นเตอร์ เครื่องเล่นดีวีดี และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ช่วยสร้างระบบบันเทิงสมบูรณ์แบบเอาไว้ในตู้เก็บของที่ถูกออกแบบสร้างขึ้น มาให้กลมกลืนกับห้องอย่างลงตัว สำหรับ “ สายไฟ ” ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวปัญหาเสมอในอดีต เพราะสายไฟที่ยุ่งเหยิงมักจะทำให้เกิดภาพภายในห้องที่ไม่น่าดูเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน คุณสามารถรวมสายไฟหลายๆ เส้นไว้ในสายเคเบิลเพียงเส้นเดียวได้ และในอนาคตอีกไม่นาน ปัญหานี้ก็จะหมดไปด้วยเทคโนโลยีไร้สายที่ทันสมัยที่สุด
แบบบ้านชั้นครึ่งโดยทั่วไป งานที่คนส่วนมากนำกลับมาทำที่บ้าน เป็นงานเพียงบางส่วนที่ยังคั่งค้างมาจากที่ทำงานเท่านั้น ห้องทำงานจึงเป็นห้องที่ถูกละเลยในการออกแบบตกแต่งให้สวยงาม เป็นห้องที่ดูเรียบง่าย ซึ่งไม่เหมาะสมกับสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่มีภายในห้อง ดังนั้นหากคุณต้องการมีห้องทำงานสักห้องภายในบ้าน คุณควรที่ออกแบบให้ห้องทำงานของคุณเป็นได้ทั้งสถานที่ทำงาน และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นในตัว สำหรับความคิดเห็นของผู้เขียน ห้องทำงานต้องเป็นสถานที่ๆ ผู้เขียนสามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่าง ทั้งอ่านหนังสือ คุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิท พิมพ์งาน เล่นอินเตอร์เน็ต รวมทั้งจัดตารางนัดหมาย เป็นห้องทำงานที่เน้นความเป็นบ้านมากกว่าเป็นสถานที่ทำงาน
ห้องทำงานภายในบ้าน มักไม่ได้ถูกคิดเอาไว้ตั้งแต่แรก เป็นห้องที่ดัดแปลงมาจากห้องอื่นๆ เช่น ห้องนอนที่เล็กที่สุดของบ้าน แต่ความจริงแล้ว สถานที่ๆ เหมาะสำหรับที่จะเป็นห้องทำงานภายในบ้าน คือ “ ห้องอาหาร ” ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า ครอบครัวทั่วไปชอบทานอาหารกันในห้องครัวมากกว่าห้องอาหาร ดังนั้นพื้นที่ในห้องอาหารจึงไม่ได้ถูกใช้งานมากนัก คุณจึงสามารถออกแบบและแบ่งพื้นที่ใช้สอยในห้องอาหารให้เป็นสองส่วน คือพื้นที่ในส่วนใช้งานสำหรับรับประทานอาหาร และพื้นที่ในส่วนที่ไม่ได้ใช้งานสำหรับทำเป็นห้องทำงาน แบบบ้านชั้นครึ่งครอบครัวโดยทั่วไปมักไม่นิยมประดับประดาโต๊ะอาหารให้สวยงามอยู่เสมอ โต๊ะจึงดูว่างเปล่าสะท้อนอารมณ์หดหู่และดูไม่น่าประทับใจ หากบนโต๊ะวางหนังสือที่เปิดอยู่เหมือนเจ้าของบ้านกำลังอ่านค้างไว้สักเล่ม ห้องอาหารจะดูน่าสนใจขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด นอกจากนี้ คุณอาจต้องกันพื้นที่ไว้บางส่วนสำหรับวางชั้นหนังสือด้วย ตอนนี้ห้องอาหารของคุณได้กลายเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่คุณสามารถมีกิจกรรม เพื่อการพักผ่อนและผ่อนคลายกับครอบครัวได้
เหตุผลอีกประการในการแบ่งพื้นที่ในห้องอาหารให้มีพื้นที่ใช้งานเป็นสอง ส่วน (ส่วนรับประทานอาหารและส่วนพื้นที่ทำงาน) คือ หนังสือที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ หรือหนังสือที่จัดอยู่บนชั้นวางในส่วนพื้นที่ทำงาน จะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องอาหารให้ดูสดใส ดูเด่น และน่าสนใจมากขึ้น หนังสือเปรียบเสมือนการสร้างคาแรกเตอร์ให้กับงานประติมากรรมหรือภาพวาด ซึ่งหากคุณใส่จุดเด่นลงไปจะทำให้งานปั้นหรือภาพวาดนั้นๆ ดูดีและมีราคาขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ สำหรับชุดของสะสมของคุณก็เป็นของประดับประดาตกแต่งที่มีค่ายิ่งสำหรับห้อง นี้ เพราะชุดของสะสมจะสร้างบรรยากาศภายในห้องไม่ให้ดูกระด้างจากของโชว์สมัยใหม่ เช่น โทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่คุณยังจะได้โชว์ของประดับประดาที่สวยงาม ทำให้คุณสามารถผ่อนคลายอารมณ์ไปด้วยในเวลาที่คุณรับประทานอาหาร หรือนั่งทำงาน ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ห้องทำงานของคุณจะไม่ได้รับการเอาใจใส่ให้มีการออกแบบตกแต่งภายในให้สวย งามเช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ภายในบ้าน

แหล่งที่มาของข้อมูล: บาริโอแบบบ้านชั้นครึ่ง

ฮวงจุ้ยห้องนอนหัวเตียงนอน

ฮวงจุ้ยห้องนอน หัวเตียงนอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ฮวงจุ้ยห้องนอน หัวเตียงนอน หน้าต่างหัวเตียงนอนเป็นหน้าต่างในทางชัยภูมิ คือ ขาดความมั่นคง บารมีด้อย หน้าที่การงานไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร และอาจมีปัญหาสุขภาพได้ ในแง่วิทยาศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของแสงสว่างอาจมีผลรบกวนกับผู้นอน ทำให้นอนหลับไม่สนิท ในแง่ความปลอดภัย หากมีสิ่งกระทบกระจก เศษกระจกอาจเป็นอันตรายกับผู้นอนได้ฮวงจุ้ยห้องนอน – หัวนอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
การแก้ไข เวลานอนให้รูดม่าน ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ทุกห้องนอน ควรมีหน้าต่างให้แสงอาทิตย์ส่องเข้าถึงบ้างในเชิงฮวงจุ้ย มีแสงอาทิตย์คือเจริญเติบโต ก้าวหน้าในเชิงการอยู่อาศัยมีผลด้านจิตใจ มองโลกในแง่ดี มีความหวัง จิตใจสดชื่นเบิกบานฆ่าเชื้อโรค ไล่ความชื้น ให้ความอบอุ่นฮวงจุ้ยห้องนอน #10

ฮวงจุ้ยห้องนอน – เสาหัวเตียง

หลังหัวเตียงมีเสา การแก้ไข โดยทั่วไป คือ เลื่อนเตียงนอนหลบ

ฮวงจุ้ยห้องนอน – ตู้หัวเตียง

หากเสาหนา อาจหาตู้มาประกบ เพื่อหนุนให้เท่ากัน หรือทำ Built in แทน

ฮวงจุ้ยห้องนอน – ผนังหัวเตียง

หากเสาไม่หนามาก อาจตีผนังปิด อย่างน้อยเท่ากับความกว้างของเตียงนอน

ผนังหัวเตียงนอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
หรือ ผนังหัวเตียงนอน กว้างแบบนี้ ก็จะดูสวยงามยิ่งขึ้น
แปลนบ้าน
ฮวงจุ้ยห้องนอน เสากลางห้อง
ห้องนอนขนาดใหญ่ มักจะมีเสากลางห้อง หากมีเสากลางห้องเพียงหนึ่งต้น ไม่ดี หมายถึง แบกภาระหนักไว้เพียงคนเดียว ( ค้ำเพดานตามลำพัง )และยังหมายถึง ตำแหน่งกลางห้องคือหัวใจถูกทิ่มแทง มีโอกาสป่วย เกียวกับโรคหัวใจ ( ภาระการงานที่หนักเกินไป )

การแก้ไข เสากลางห้อง
โดยการทำผนัง หรือตู้โชว์เชื่อมติด หรือตู้กระจก เมื่อมองผ่าน จะไม่พบเสาโดด ๆ ออกมา

ขอบคุณบทความจาก http://www.fengshuitown.com/fengshui/fengshui-bedroom-design-tip–.htmแบบบ้านชั้นครึ่ง

วิธีตกแต่งบ้านตามฮวงจุ้ย

วิธีตกแต่งบ้านตามฮวงจุ้ย
โดย อ.ชัชวัสส์ เดโชเพชรสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการ ตั้งชื่อ และ ตั้งนามสกุล

บ้าน
1. ควรไม่มีถนนวิ่งตรงเข้าสู่บ้าน
2. ควรไม่มีเสาตรงหน้าบ้าน
3. ควรไม่มีต้นไม้ตรงประตูบ้าน
4. ควรไม่มีประตูตรงกัน 2 ประตูเป็นทางผีผ่าน
5. ควรไม่มีประตูหน้าบ้านประจันหน้ากับประตูบ้านอื่น
6. ควรไม่มีประตูบ้านที่เล็กเกินไป เงินเข้าน้อย
7. ควรไม่มีประตูบ้านตรงกับรถจอดพอดี เงินรั่วไหล
ห้องนอน
1. ห้องนอนเจ้าบ้านควรมีขนาดใหญ่ อยู่ทิศตะวันออกหรือกลางบ้านดี จะทำให้ความอบอุ่นมากขึ้น
2. ห้องนอนไม่ควรตรงประตูกัน
3. ห้องนอนไม่ควรอยู่ติดกับห้องครัว จะร้อนและสุขภาพไม่ดี
4. ห้องนอนประตูห้องไม่ควรตรงกับบันได ผีผ่าน
แปลนบ้าน5. ห้องนอนประตูไม่ควรตรงกับประตูห้องส้วม จะทำให้ทุกข์ใจและสุขภาพเสีย
6. ห้องนอนหรือหัวนอนไม่ควรตรงกับ ห้องน้ำ จะมีปากเสียงและสุขภาพไม่ดี
7. ห้องนอนของคู่ชีวิตควรอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้าน หันหัวทางทิศตะวันออก ส่งผลให้ร่มเย็นเป็นสุข
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ห้องครัว
1. ห้องครัวควรอยู่หลังบ้าน จะส่งผลดีต่อครอบครัว
2. ห้องครัวไม่ควรมองเห็นชัดเจน ส่งผลให้ไม่มีสุข และเป็นโรคอ้วนได้
3. เตาไฟ ไม่ควรวางติดกับหน้าต่าง จะทำให้เกิดอุบัติภัยได้ และเป็นโรคได้
4. ไม่ควรนำเตาไฟติดกับอ่างน้ำ จะทำให้วุ่นวาย
5. เตาไฟควรวางทะแยงประตูเข้า จะทำให้เงินมากขึ้น
6. เตาไฟควรจัดให้เป็น เลขคี่ จะเป็นสิริมงคล ร่ำรวย
7. ห้องครัวควรมีช่องระบายอากาศให้สมดุล ธาตุลมจะทำให้ครอบครัวไม่วุ่นวาย
ห้องส้วม (ถูกฮวงจุ้ย) นำโชคดีมาให้
1. ห้องส้วมควรสะอาด จะส่งผลให้ครอบครัวมีสุข
2. ห้องส้วมไม่ควรตรงกับประตูห้องนอน ส่งผลร้ายต่อบ้าน
3. ห้องส้วมไม่ควรใหญ่เกินห้องกับข้าวจะทำให้ลูกหลานขี้เกียจ
4. โถส้วม ควรใช้สีถูกโฉลกกับเจ้าของบ้าน จะทำให้ร่ำรวย
5. ประตูห้องส้วม ควรมีฉากกั้นรูปวิว จะทำให้บ้านอยู่เย็นเป็นสุข
6. โถส้วม ควรเล็กกว่าที่อาบน้ำ
7. ห้องส้วมควรมีแสงสว่าง 2 ดวง ส่งผลให้ครอบครัวเจริญ
บันไดแบบบ้านชั้นครึ่ง
1. บันไดบ้านควรมีแสงสว่างเพียงพอ ใช้แสงสีขาว หรือสีเหลือง 1 ดวง จะส่งผลให้บ้านนั้น พ้นเรื่องอุบัติเหตุ
2. บันไดบ้านควรเป็นเลขคี่ จะส่งให้ร่ำรวย
3. บันไดให้ใช้สีสว่าง ส่งผลให้ธาตุน้ำดี บ้านร่มเย็นเป็นสุข
ห้องรับแขก (บ้านแสนสุข)
1. ห้องรับแขกอเนกประสงค์ ควรมีอ่างบัว หรืออ่างปลาสวยทางมุมสุดของห้องรับแขก และติดวอลเปเปอร์ ภูเขา เมฆ สีฟ้าอ่อน (สว่าง) จะทำให้ห้องร่มรื่นถูกฮวงจุ้ย
2. ห้องรับแขกควรอยู่ตรงกับประตูใหญ่พอดี ใช้โซฟาสีฟ้าหรือสีชมพูอ่อนส่งเสริมให้อบอุ่น

ขอบคุณบทความ จาก http://www.fortunename.com/toktaengtamhuangjui.phpแบบบ้านชั้นครึ่ง

ฮวงจุ้ยห้องนอน กับ ประตู

ฮวงจุ้ยห้องนอน กับ ประตู
การวางตำแหน่ง เตียงนอน

ฮวงจุ้ย ห้องนอน
หากพิจารณาจากภาพ เราจะเลือกเตียงใด

1. เตียงนอน A โดนแนวประตู ไม่ดี มีโอกาสเจ็บป่วย มีปัญหาต่าง ๆ2. เตียงนอน B และ C ดี ใช้ได้ กำหนดวางลงแล้วดูสง่างาม ภูมิฐาน
3. เตียงนอน D หัวเตียงหันหลังให้ประตู เท่ากับไม่ต้อนรับ
เป็นห้องนอนยังพอได้ แต่หากเป็นห้องทำงาน ไม่ดี ไม่ก้าวหน้า
ทิศหัวนอน / เตียงนอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ความเชื่อของคนบางกลุ่ม
จะไม่หัน หัวนอน ไปทางทิศตะวันตกเพราะกลัวว่าจะตกตาม
หรือหัน หัวนอน ไปทิศใต้แล้วจะอยู่ใต้คนอื่น

* ระบบฮวงจุ้ย ไม่มีคำว่าทิศตะวันตกหรือทิศใต้ทุกทิศล้วนมีดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับองศาที่ตั้งและ ดวงจีน ของผู้นอน
ฮวงจุ้ยห้องนอน 2 นอนตรงประตู

ฮวงจุ้ยห้องนอน #2
ห้ามนอนหันเท้าไปยังประตูห้องนอนเป็นแนวตรง
คน จีนมีความเชื่อว่า คนเราเมื่อสิ้นชีวิต วิญญาณจะออกจากร่าง และเพื่อให้การเดินทางสู่ปรภพเป็นไปได้โดยสะดวก จะตั้ง เตียงนอน โดยหันเท้าให้ตรงประตู

มองในแง่หยาง – การปฏิบัติแปลนบ้าน
เมื่อเราเปิด ประตู ห้องนอน เข้ามา เราจะเจอเท้าของผู้ที่นอนอยู่บนเตียง หรืออาจเจอภาพที่ไม่น่าดูนัก และในแง่อุณหภูมิ จะมีการเปลี่ยนแปลงของอากาศมากและถี่
อาจทำให้ร่างกายไม่สบายได้

ในแง่อิน – ฮวงจุ้ยห้องนอน
นอก จากความเชื่อข้างต้นแล้ว ประตูเป็นสื่อระหว่างภายนอกและภายในเมื่อเปิดหรือปิดประตู จะก่อเกิดกระแสของชี่และมีกำลังแรง เมื่อกระแสที่แรงปะทะกับเราโดยตรง ย่อมไม่ดีจะป่วย ไม่สบายเป็นไข้ หน้าที่การงานถดถอย แม้ว่าในแง่ของทิศทาง – วิชาดาวเก้ายุค จะเป็นลาภ ก็ทำให้มีส่วนดีเพิ่มขึ้น แต่ก็ได้ไม่คุ้มเสีย

การแก้ไข ฮวงจุ้ยห้องนอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
โดย ทั่วไป จะแนะนำการเลื่อน เตียงนอน หลบแนวตรงประตูแต่กรณีที่ไม่สามารถขยับเลื่อนได้ เช่นเป็น Build-in ตายตัวให้หาเฟอร์นิเจอร์มาบังปลายเท้า โดยให้มีความสูงอย่างน้อยที่สุด สูงกว่าปลายเท้าเมื่อเรานอนบนเตียงใช้เก้าอี้โซฟาเป็นตัวกำบัง หรือเป็นตู้เก็บของ หรือฉากก็ได้ ก็จะสามารถป้องกันกระแส ชี่ ที่แรงที่พุ่งมากระทบเราได้

ฮวงจุ้ยห้อง นอนตรงประตูห้องน้ำ
ฮวงจุ้ยห้องนอน แนวประตูห้องน้ำ ตรงกับ เตียงนอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ห้องน้ำ เป็นห้องที่เก็บทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการ จึงมีบทบาท 1.เหม็น – ชื่อเสียงไม่ดี
2.สุขภาพ – ป่วย
ตาม หลัก ฮวงจุ้ยห้องนอน ประตูเป็นสื่อของพลัง เมื่อตรงกับแนวเตียงนอน พลังที่กระทบแรงไป ย่อมทำให้ผู้นอนอยู่บนเตียง สุขภาพไม่ดี ตรงกับส่วนใดร่างกาย ก็จะป่วยเกี่ยวกับส่วนนั้น

ฮวงจุ้ยห้องนอน

1. ดีที่สุด ย้ายเตียงนอนหลบ

กรณีไม่มีที่
2. ให้ปิดประตูห้องน้ำเป็นประจำ
3. ให้หาฉาก ม่าน มูลี่ มากั้นระหว่างประตูกับเตียงนอน ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

ขอบคุรบทความ http://www.fengshuitown.com/fengshui/fengshui-bedroom-design-tip.htmแบบบ้านชั้นครึ่ง

ประตู หัวใจของฮวงจุ้ย

ประตู หัวใจของฮวงจุ้ย

โดย : กฤษณนัยย์ พิรยารังสรรค์

ฮวงจุ้ย
ประตู ถือเป็นหัวใจสำคัญในหลักฮวงจุ้ย เพราะเป็นที่เปิดรับกระแสพลัง ประตูที่ดีจะได้รับกระแสพลังที่ดี ส่วนประตูที่ไม่ดีย่อมรับกระแสพลังที่ไม่ดี
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ใน ทางธุรกิจ “ประตู” เป็นประการด่านแรกที่บ่งบอกถึงความสำเร็จได้ ถ้าลองสังเกตุกันดี ประตูจะมีหลักการในการติดตั้งและตกแต่ง เพื่อสร้างความสำเร็จแก่เจ้าของสินค้า หรือ สถานที่นั้นๆ

สิ่งแรกคือตำแหน่งของประตู เราอาจจะเคยได้ยินคำว่าประตูเสือ ประตูมังกร หลายๆ คนอาจจะไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าหลักการง่ายๆ สังเกตดังนี้

มองตรงไปถ้าซ้ายมือ คือ “ประตูเสือ” ขวามือ คือ “ประตูมังกร”

ถ้า ในฮวงจุ้ยมัก บอกว่าประตูมังกรดีว่าประตูเสือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประตูทั้งสองมีค่าเท่ากันอยู่ที่จะเลือกใช้งานประตูมังกร หมายถึง ประตูที่ต้องการการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับร้านค้าประเภท ต้องการให้ลูกค้าเข้าออกตลอดเวลา เช่น ร้านโชว์ห่วย ร้านขายอาหาร ร้านหนังสือ ธนาคาร ร้านขายยา ยิ่งต้องการความคึกคักยิ่งต้องเปิดประตูมังกร

ประตูเสือ หมายถึงความนิ่งเฉย เหมาะสำหรับร้านค้าหรือธุรกิจประเภทที่ต้องการให้ลูกค้าอยู่ในร้านนานๆ เช่น ร้านนวด ธุรกิจขายประกัน ร้านขายของอัญมณี โชว์รูมขายบ้าน โชว์รูมขายรถ ถ้าอยากให้ลูกค้านั่งนานๆ ควรจะเปิดประตูเสือต้อนรับไว้

สาเหตุของ การใช้ประตูเสือและมังกร มีการอธิบายทางจิตวิทยาว่า ประตูที่อยู่ทางขวา เป็นประตูที่มนุษย์คุ้นเคยมากที่สุด เพราะมนุษย์ถนัดมือข้างขวามากกว่ามือทางซ้าย

ส่วนประตูทางด้านซ้าย แม้ว่ามนุษย์จะไม่ถนัดซ้าย แต่มนุษย์จะคุ้นเคยกับการเดินทางชิดซ้าย ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าหรือทางถนน ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่า สามารถอยู่ในสถานที่นั้นๆ ได้นานกว่า
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ส่วนประตูที่อยู่ตรงกลาง เรียกว่า “ประตูเอก” เป็นประตูออกแบบให้ใช้งานกับพื้นที่ค่อนข้างลำบาก เพราะเมื่อวางประตูอยู่ตรงกลางจะทำให้จัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้ยาก สถานที่นั้นต้องเป็นที่ๆ ไม่ใหญ่เกินไป และ ไม่เล็กเกินไป เช่น คอนวิเนียนสโตร์ขนาดกลาง แต่ถ้าเป็นคอนวิเนียนที่มีขนาดใหญ่ จะนิยมมี 2 ประตู เพราะผู้ออกแบบคำนึงถึงการเข้าออกอย่างสะดวกสบาย และใกล้ที่จอดรถของลูกค้าเป็นหลัก

ส่วนขนาดของประตู ถ้าประตูเปรียบเสมือน “ปาก” ปากที่ดีควรมีขนาดที่พอดีกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใหญ่จนเกินไป หรือเล็กจนเกินไป

ประตูที่ใหญ่ไม่สามารถกักเก็บพลังชี่ได้ ต้องเข้าใจอย่างแรกว่า ปัจจุบันอะไรๆ ก็ทันสมัยมากขึ้น ร้านค้าส่วนใหญ่ล้วนมีแอร์กันทังนั้น
แปลนบ้าน
ตาม หลักการออกแบบประตู ประตูที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอาคาร เป็นประตูที่ไม่สามารถกักเก็บอากาศได้ ทำให้สิ้นเปลืองค่าไฟ อีกทั้งฝุ่นควันที่เข้ามาง่าย ทำให้สินค้าภายในร้านไม่สะอาดสะอ้าน ต้องทำความสะอาดบ่อย

ส่วนประตูที่เล็กเกินไป ไม่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้าน เพราะนอกจากจะไม่เห็นเด่นชัด แลัวยังไม่น่าเข้าอีก

ส่วน เรื่องของการเปิดปิดประตู ก็มีการถกเถียงกันมาก ว่าควรเปิดประตูโดยการผลักหรือการดึง แต่ถ้าอธิบายในเชิงจิตวิทยาแล้ว ประตูที่ดีที่สุดต้องเป็นประตูผลักเข้า เพราะถูกต้องตามสรีระวิทยา มนุษย์ต้องเดินไปข้างหน้า การที่ทำประตูให้ผลักเข้าเพื่อตอบรับโจทย์ข้อนี้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเองตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ผมเคยทดลอง เรื่องนี้อยู่เสมอๆ เมื่อพาเพื่อนๆ ไปร้านขายหนังสือหน้าปากซอย ซึ่งเป็นร้านที่เปิดประตูกระจกโดยการดึง แต่เพื่อนทุกคนมักถนัดการผลัก

สิ่ง ที่ตามมาคือทุกคนมักผลัก และมักจะมีเสียงสะดุดของประตูที่เปิดไม่ได้ ทำให้ทุกคนเสียจังหวะเวลาเข้าร้าน มีผลทำให้เพื่อนๆ เกือบทั้งหมดที่ไปกับผม ซื้อการ์ตูนน้อยลง แม้ทางร้านจะเป็นร้านขายส่ง ราคาถูกกว่าท้องตลาดก็ตามแบบบ้านชั้นครึ่ง

ฮวงจุ้ย บันไดบ้าน

ฮวงจุ้ย บันไดบ้าน
แปลนบ้าน
การขึ้นหรือลงบันไดของคนในบ้าน สัมพันธ์กับการขึ้นลงของโชคชะตาของผู้อาศัยด้วย

ฮวงจุ้ย
บันไดบ้าน

ในศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยนั้น บันไดถือเป็นสิ่งสำคัญมากในเรื่องของฮวงจุ้ยบ้านเรือน เพราะเราจะเห็นได้ว่าบ้านเรือนเกือบทุกหลังนั้นมีบันไดเป็นส่วนประกอบ โดยบันไดนั้นจะมีลักษณะเป็นขั้นซึ่งใช้เชื่อมต่อกับชั้นต่างของบ้านเพื่อให้ ผู้อยู่อาศัยใช้ขึ้น – ลง

ในศาสตร์ฮวงจุ้ยก็ถือว่าการขึ้น – ลงของบันไดนั้นไม่ได้เป็นเพียงการขึ้น – ลงของคนภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการขึ้นลงของโชคชะตาผู้ที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน ซึ่งบันไดนั้นเมื่อมีการขึ้น – ลงย่อมก่อให้เกิดกระแสลมและน้ำไหลเวียนภายในบ้านอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหลักแห่งการจัดวางฮวงจุ้ยของบันไดจึงต้องสร้างให้ถูกหลักการดังนี้

1. บันไดบ้านนั้นควรจะต้องมีแสงสว่างเพียงพอเพื่อเป็นการกระตุ้นฮวงจุ้ยที่ดี และขจัดฮวงจุ้ยที่ร้าย ถ้า พูดในหลักวิทยาศาสตร์ก็คือ ถ้าบันได้บ้านนั้นมีแสงสว่างไม่เพียงพอดูมืด อาจจะทำให้ผู้ที่พักอาศัยพลัดตกบันไดได้ หรือเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อันไม่พึงปรารถนาได้

ดังนั้นบันไดบ้านจึงควรจะต้องมีแสงสว่าง ที่เพียงพอ อันจะทำให้ไม่เกิดพลังหรือจุดอับที่ชั่วร้าย อีกทั้งไม่ควรนำสิ่งของใดๆ มาวางบนบันไดให้เกะกะ อันจะทำให้การไหลเวียนของฮวงจุยนั้นเกิดการสะดุดอีกด้วย
แปลนบ้าน
2. บันไดบ้านนั้นไม่ควรที่จะพุ่งขึ้นสูงชันจนเกินไป ถ้าจุดเชื่อมต่อระหว่างแต่ละชั้นนั้นสูง ก็ ควรที่จะมีการทำขั้นพักไว้ให้สมดุลกับความสูงของบันได ซึ่งถ้าเปรียบบันไดนั้นเป็นดั่งน้ำตก ถ้าน้ำตกนั้นสูงโดยไม่มีจุดพักรับน้ำ กระแสน้ำที่พุ่งลงมาย่อมจะเป็นกระแสน้ำที่แรง มีพลังในการทำลายล้างสูง ดังนั้นจึงควรทำจุดพักน้ำไว้เป็นระยะเพื่อชะลอกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดให้เกิด ความสมดุลของการไหล
แบบบ้านชั้นครึ่ง
เมื่อเราทำขั้นที่พักบันไดแล้ว ตรงจุดนั้นย่อมถือว่าเป็นจุดที่กระแสน้ำจะไหลเวียนวนชะลอตัวกักเก็บพลังงาน ของตัวบ้านอยู่บริเวณนั้น ก็ควรมีการเพิ่มโชคลาภให้แก่ตัวบ้านด้วยการปลูกต้นไม้ไว้บริเวณขั้นพักบัน ได้ด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงานภายในตัวบ้านให้เกิดความเจริญงอกงาม

3. ทางลงของบันไดไม่ควรพุ่งออกตรงมายังประตูหน้าบ้าน เรื่อง นี้ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบันไดนั้นถือว่าเป็นเส้นทางของโชคลาภ เมื่อบันไดนั้นพุ่งออกไปนอกตัวบ้านย่อมเท่ากับเงินทองและโชคลาภของท่านจะไม่ สามารถกักเก็บไว้ได้ มีเท่าไรก็ไหลออกหมด อีกทั้งลูกน้องบริวารจะไม่จงรักภักดีและนำเรื่องเสียหายมาสู่ท่านได้

อีก ทั้งถ้าหน้าบ้านของท่านมีลักษณะคุกคาม พลังงานที่ชั่วร้ายจากภายนอกก็จะพุ่งเข้าสู่ตัวบ้านของท่านได้อย่างทันทีทัน ใด อันจะทำให้สุขภาพและความสัมพันธ์ในบ้านเรือนของท่านมีปัญหาเกิดขึ้นต่างๆ นานา

ถ้าบ้านของท่านมีบันไดที่พุ่งออกตรงมายัง ประตูหน้าบ้านอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปทุบบันไดทิ้งให้สิ้นเปลืองนะครับ เพียงแต่ให้ท่านนั้นทำฉากมาปิดเปลี่ยนทิศทางของกระแสฮวงจุ้นที่พุ่งตรงออก ให้หักมุมไปก็พอแล้ว
แบบบ้านชั้นครึ่ง
4. ขนาดของบันไดบ้านนั้นควรมีขนาดที่เหมาะสมกับตัวบ้าน ไม่ ควรแคบจนเกินไป หรือมีขั้นถี่ชันจนเกินไป เพราะถ้าบันไดนั้นใหญ่หรือเล็กไม่เหมาะสมกับตัวบ้านย่อมเท่ากับพลังงานที่ ไหลเวียนภายในตัวบ้านของท่านก็จะเกิดความไม่สมดุลตามไปด้วย อีกทั้งถ้าขั้นบันไดนั้นมีความถี่และชันจนเกินไป

ย่อมจะทำ ให้เกิดการไหลเวียนของพลังที่ รุนแรงมาก ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้ายก็จะร้ายขาดใจ ดังนั้นในเวลาที่สร้างบ้าน ท่านก็ควรต้องคำนึงถึงความถี่ชันของบันไดบ้านของท่านด้วย เพราะถ้าสร้างไปแล้วนั้นย่อมยากแก่การแก้ไขในภายหลัง

5. บันไดบ้านนั้นไม่ควรทำเป็นบันไดวน ซึ่ง แม้บันไดแบบนี้จะดูทันสมัยประหยัดเนื้อที่ก็ตาม เพราะตามศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้วถือว่าบันไดวนนั้นเปรียบได้กับดอกสว่าน ที่จะมีกระแสพุ่งลงตลอดเวลา อันจะทำให้โชคลาภการเงินของท่านไหลออกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

ดัง นั้นถ้าบ้านของท่านมีบันไดวนอยู่ภายใน ตัวบ้าน ห้องที่มีบันไดวนลงไปนั้น วิธีแก้ไขควรจะต้องทำเป็นห้องที่มีการปิดประตูไว้อยู่เสมอเพื่อป้องกันการ ไหลออกของกระแสโชคลาภอันเกิดจากบันไดวนนั้น และยังเป็นการช่วยกักเก็บโชคลาภของท่านได้อีกด้วย หรือถ้าต้องการสร้างบันไดวนก็ควรจะสร้างในจุดที่อับลับตาหน่อย อย่าให้อยู่ในบริเวณที่พบเห็นได้ง่าย

6. บันไดบ้านนั้นไม่ควรเทออกจากประตูห้องน้ำ ซึ่งในยุคปัจจุบันการสร้างบ้านเรือนเพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ มีบางบ้านนิยมสร้างห้องน้ำไว้ตรงกับบันได คือ เมื่อเปิดประตูห้องน้ำมาก็เจอบันไดเลย ซึ่งทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นอัปมงคลมาก
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ห้องน้ำนั้นถือว่าเป็นห้องที่เราใช้ขับ ถ่ายชะล้างของเสียออกจากร่างกาย เมื่อมาอยู่ตรงกับบันไดซึ่งเป็นเส้นทางไหลเวียนของโชคลาภย่อมเท่ากับจะนำ เรื่องร้ายๆ และโรคภัยมาสู่คนในครอบครัวของท่านได้ จึงไม่ควรสร้างห้องน้ำให้ตรงกับทางเดินจองบันไดอย่างเด็ดขาด

7. บันไดหลักของตัวบ้านโดยเฉพาะในชั้นล่างสุดไม่ควรมีมากกว่า 1 แห่ง เพราะ บันไดบ้านในชั้นล่างนั้นถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมของพลังงานทั้งหมดในตัวบ้าน การสร้างบันไดชั้นล่างไว้หลายแห่งนั้นย่อมทำให้พลังงานของตัวบ้านกระจัด กระจายไหลเวียนสับสน ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าการสร้างบันไดในชั้นล่างของตัวบ้านเกิน 1 แห่งนั้นจะทำให้ผู้คนภายในบ้านเกิดความไม่ปรองดอง อีกทั้งยังทำให้คู่สามีภรรยาที่อาศัยภายในบ้านนั้นเกิดความคิดนอกใจกันได้

8. บันไดบ้านที่เมื่อท่านเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้ว พบ ว่าบันไดบ้านทอดตัวลงมาชิดรับกับประตูพอดี หรือ บันไดบ้านที่ทอดตัวลงมาอยู่ตรงกลางของบ้าน หรือทอดตัวลงมายังพื้นบ้านที่เล่นระดับ ถือว่าไม่เป็นมงคล เป็นบันไดที่จะทำลายโชคลาภของท่านนั่นเอง

9. บันไดบ้านนั้นควรที่จะมีจำนวนขั้นในแต่ละชั้นเป็นเลขคี่ จะ ถือว่าเป็นบันไดที่ก่อให้เกิดความเป็นมงคล เพราะเมื่อเราก้าวเท้าข้างใดขึ้นบันไดที่เป็นจำนวนเลขคี่ เมื่อขึ้นไปจนถึงขั้นสุดท้ายเราก็จะมาจบลงที่การก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งของเรา อันถือว่าเป็นการก้าวย่างที่ลงตัวสมบูรณ์อันจะนำมงคลมาให้

แล้วคน โบราณท่านยังถืออีกว่าบันไดที่มี จำนวนขั้นเป็นเลขคู่นั้น ถือว่าเป็นบันไดผี ซึ่งพวกวิญญาณหรือสิ่งชั่วร้ายต่างๆ นานาใช้ก้าวข้ามมาสู่โลกมนุษย์นั่นเอง จึงไม่ควรสร้างขั้นบันไดในแต่ละชั้นให้เป็นจำนวนเลขคู่

10. บันไดของบ้านนั้น ถ้าท่านหันหน้าออกสู่ภายนอกอาคาร บันไดควรจะต้องอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน เพราะทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าด้านซ้ายมือของท่านที่หันหน้าออกสู่ภายนอกจะ เป็นฝั่งของมังกรเขียว ที่จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงถือว่าเป็นฝั่งที่เหมาะที่สุดที่จะสร้างบันไดเพราะบันไดนั้นก็มีการขึ้น – ลงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
แต่ถ้าพื้นที่ไม่อำนวย หรือมีการสร้างบันไดไว้ฝั่งขวาของตัวบ้านเมื่อท่านหันหน้าออกสู่ภายนอกตัว อาคาร ซึ่งถือว่าเป็นฝั่งของเสือขาวก็ถือว่าไม่เสียหายมากนัก แต่ควรทำบันไดฝั่งนั้นให้มิดชิดสักหน่อย เพราะในฝั่งเสือขาวนั้นจะเป็นฝั่งที่เน้นการหยุดนิ่งสะสมพลังของตัวบ้าน และยังถือว่าบ้านที่มีบันไดในฝั่งนี้สตรีที่อยู่อาศัยภายในตัวบ้านจะเป็น ใหญ่กว่าบุรุษด้วย

ดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือข้อพึงระวัง ใน การสร้างบันไดบ้านอย่างง่ายๆ ที่ท่านพึงต้องให้ความสนใจ เพราะถ้าสร้างบันไดไปแล้วจะมาปรับแก้ในภายหลังนั้นจะเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นจึงควรวางผังให้ดีตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ยจะเป็น การดีที่สุดนะครับ8

ขอบคุณบทความ จาก http://www.horamahawed.com/content.php?cate=feng_shui&id=13แบบบ้านชั้นครึ่ง

วิธีประเมินราคาการจัดสวนให้บ้าน

วิธีประเมินราคาการจัดสวนให้บ้าน

การประเมินราคา การจัดสวนแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ ราคาสวนที่จัดอยู่บนพื้นดิน และ ราคาสวนที่จัดอยู่บนอาคาร ราคาสวนทั้งสองแบบจะแตกต่างกัน แต่จะมีรายละเอียดวิธีการประเมินที่คล้ายคลึงกัน โดยคิดแยกตามรายละเอียดต่อไปนี้

1.วัสดุที่ใช้จัดสวน
2.ค่าโสหุ้ย
3.ค่าขนส่ง
4.ค่าออกแบบ
5.กำไร

สำหรับ สวนที่อยู่บนอาคารจะมีราคาที่สูงกว่าสวนที่อยู่บนพื้นดิน เพราะจะต้องมีการเตรียมระบบป้องกันการรั่วซึม และระบบระบายน้ำ ที่ดีเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการขนวัสดุสำหรับจัดสวนขึ้นลง
แบบบ้านชั้นครึ่ง
โดยทั่วไป สวนบนดินจะมีวิธีคิดราคาเหมือนกันทั้งหมด อาจจะแตกต่างกันที่รูปแบบและลักษณะของสวน สามารถประเมินเป็นตัวเลขอย่างคร่าวๆ ประมาณ 500-800 บาทต่อตารางเมตร ของพื้นที่ที่ต้องจัดสวนทั้งหมด ตัวอย่างวิธีประเมินก็คือ หากต้องการจัดสวนในบ้านพื้นที่ประมาณ 50 ตารางเมตร ค่าจัดสวนที่เหมาะสมน่าจะอยู่ประมาณ 25,000 – 40,000 บาท ราคาตามตัวอย่างนี้อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับ การเลือกชนิดต้นไม้ หากใช้ต้นไม้ที่มีราคาแพง อย่างเช่น อินทผลัม ไม้ดัดขนาดใหญ่ ไม้ไทยที่หายาก ราคาก็จะแพงขึ้นตามลำดับ การใช้วัสดุจัดสวนอย่างเช่น ก้อนหิน การเลือกใช้ก้อนหินมากหรือน้อยก็มีส่วนทำให้ราคาแตกต่างกันด้วยเช่นกัน

นอก จากนี้การประเมินราคายังขึ้นอยู่กับปริมาณความกว้างของพื้นที่จัดสวนด้วย โดยราคาค่าจัดสวนจะแปรผกผันกับขนาดของพื้นที่ อธิบายง่ายๆ ก็คือ หากจัดสวนในพื้นที่ที่เป็นที่กว้างหลายๆ ไร่ ราคาค่าจัดสวนต่อตารางเมตรก็จะถูกลง เพราะการจัดสวนขนาดใหญ่จะไม่สามารถปลูกต้นไม้ลงเต็มพื้นที่ได้ แต่จะเว้นที่ว่างปลูกสนามหญ้าแทน
แบบบ้านชั้นครึ่ง แปลนบ้าน
ราคาดังที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นราคาค่าจัดทำทั้งหมด ยังไม่รวมค่าถมดิน ซึ่งแนะนำให้แยกค่าถมดินออกต่างหาก และหากมี บ่อปลา หรือ น้ำตก ก็ควรแยกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ราคาราคาที่ถูกต้อง โดยราคาสำหรับบ่อปลาหรือน้ำตก พร้อมระบบท่อ ปั๊มน้ำ และบ่อกรอง จะมีราคาอยู่ที่ประมาณตารางเมตรละ 10,000 – 12,000 บาท ส่วนค่าปูหญ้า ไม่รวมค่าถมดิน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 50 – 80 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของพื้นที่ที่ต้องทำการปลูกหญ้า และหากพื้นที่ยิ่งกว้างมาก ราคาต่อตารางเมตรก็จะยิ่งถูกลงด้วยเช่นกันแบบบ้านชั้นครึ่ง

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.