Posts from the ‘การดูแลบ้าน’ Category

ของแต่งบ้านที่ไม่เป็นมงคล

ของแต่งบ้านที่ไม่เป็นมงคล
แปลนบ้าน/a>
บ้านใครที่มีของ 7 อย่างนี้อยู่ในบ้าน แล้วรู้สึกว่าไม่อยู่เย็นเป็นสุข ก็ลองเอาของเหล่านี้ออกไป ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่ก็อาจจะเป็นการยากนะคะ เพราะเป็นของน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย แถมบางอย่างก็อาจจะเป็นของที่คนสำคัญซื้อให้ ก็ชั่งใจเอาแล้วกันค่ะ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด จิตใจของเราต้องดีก่อนค่ะ ทำอะไรก็จะดีตามไปด้วย ใครจะลองเอาของ 7 อย่างนี้ออกไปจากบ้าน ก็ลองดูค่ะ เรื่องแบบนี้นานาจิตตัง บังคับกันไม่ได้

1. งู ไม่ควรนำมาแต่งบ้าน เพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาตซึ่งส่งผลให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะคนในบ้านจะฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์
แบบบ้านชั้นครึ่ง
2. นาฬิกาทราย จะมีผลทำให้คนในบ้านต้องเหนื่อยกับภารกิจใด ๆ ก็ตามที่ต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างสุขสบายเลย

3. หมี เป็นสัตว์น่ารักแต่จะทำให้คนในบ้านพลาดท่าเสียทีผู้อื่นเพราะไม่ทันคน

4. ม้าลาย ถ้านำมาแต่งบ้านคนในบ้านจะมีแต่เรื่องแตกแยกกัน ไม่มีโชคลาภเข้าสู่บ้านน้าน
แบบบ้าน
5. จระเข้ เป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย จะทำให้อับโชค และมีคนคอยคิดมุ่งร้ายต่อคุณและคนในครอบครัว

6. หนู ความหมายไม่เป็นมงคล จะทำให้ถูกหักหลังหรือถูกเอาเปรียบ

7. แมว หมายถึงแมวที่ไร้ชีวิต ถ้านำมาแต่งบ้านจะก่อให้เกิดการหลอกลวงจากคนนอก มาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์แบบบ้านชั้นครึ่ง

ประตูบ้านคือปากแห่งโชคลาภ

ประตูบ้าน คือปากแห่งโชคลาภ

ในหลักการที่สำคัญประการหนึ่งของศาสตร์ฮวงจุ้ย เกี่ยวกับการจะพิจารณาดูว่าบ้านไหนดีหรือร้าย มีโชคเกี้อหนุนผู้อาศัยหรือไม่ มากน้อยเพียงใดนั้น สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาและคำนึงถึงก็คือ ประตู ซึ่งคำว่าประตูจะรวมทั้งทิศทางการหันและตำแหน่งของประตูด้วย ผู้เขียนได้เคยเขียนถึงปัญหาและความสำคัญของการหันทิศทางหน้าบ้านไปสู่ทิศต่าง ๆ ว่าทิศไหนดี ทิศไหนไม่ดี ทั้งในแง่ทฤษฎีที่มีปรากฏอยู่โดยทั่วไปกับในแง่ปฏิบัติของผู้เขียน ในเชิงวิเคราะห์ในหลาย ๆ ตอนที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่าแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน

เนื่องจากทิศทางของบ้าน เป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความดีร้ายของฮวงจุ้ยเกือบทั้งหมด การสามารถทราบเรื่องทิศได้อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่การจะระบุชี้ชัดลงไปเลยว่าทิศไหนดีทิศไหนไม่ดีในแต่ละยุค เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะทิศทางของบ้านจะมีตั้งแต่ 0-360 สิ่งที่จะบอกได้คือ ใช้เข็มทิศจีนโบราณ (หล่อแก) เป็นตัวบ่งบอกเท่านั้น เพราะเป็นเข็มทิศที่ละเอียด ประกอบด้วยวงแหวนหลายชั้น จานสี่เหลี่ยมของหล่อแกจะแทนโลกหรือแผ่นดินที่อยู่อาศัย จานหมุนวงกลมตรงกลางจะแทนสวรรค์หรือท้องฟ้า (ตำแหน่งของดวงดาว) ซึ่งใช้ความสัมพันธ์ของฟ้าดิน เพื่อหาตำแหน่งประตูออกมา
แบบบ้านชั้นครึ่ง
คำว่า “ประตูบ้าน” ในศาสตร์ฮวงจุ้ยจะหมายถึงประตูใหญ่ หรือประตูหน้าบ้านของตัวบ้าน หรือสำนักงานที่ใช้เป็นทางสัญจรเข้าออกในแต่ละวัน โดยที่ประตูนั้นจะมีความสำคัญในแง่ของฮวงจุ้ย ดังนี้

เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างโลกภายนอกและโลกภายในบ้าน เป็นตัวผสานระหว่างจักรวาลใหญ่และจักรวาลเล็ก ๆ ที่มนุษย์เราอาศัยอยู่

เป็นจุดที่กิ่งฟ้าและก้านดินมาบรรจบกัน ก่อให้เกิดจุดแห่งความเป็นมงคลและอัปมงคลขึ้น โดยจะสัมพันธ์กับตำแหน่งของดวงดาวในจักรวาลกับตำแหน่งบ้านบนพื้นโลก

เป็นด่านแรกที่มนุษย์เราจะก้าวออกไปในแต่ละวัน เพื่อแสวงหาอาหาร ความก้าวหน้า ความสำเร็จในชีวิต

เป็นทางเข้าออกของพลังจักรวาลและสิ่งที่เป็นมงคล-อัปมงคลทั้งหลาย ซึ่งล้วนแต่จะต้องอาศัยจุดหรือทวารนี้ ในตามสถานธรรม วัดวาอารามของจีนจะเห็นมีรูปของเทพเจ้าวาดเอาไว้ที่หน้าประตูทางเข้า เพื่อคอยสกัดกั้นภูติผีวิญญาณ ขับไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าไป คนจีนตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันในเทศกาล หรือวันสำคัญตามประเพณี จะมีการจุดธูปปักเอาไว้ที่ประตูทางเข้า เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการขออนุญาตให้ดวงวิญญาณของผู้ตาย ผ่านเข้าไปในบ้านได้ เป็นต้น
ประตูบ้านจึงเปรียบได้กับปากของคนเรา โดยสัตว์โลกทั้งหลายล้วนแต่จะมีปากไว้ เพื่อกินอาหารให้สามารถยังชีพอยู่ได้ แต่ประตูบ้านนั้นจะรับประทานอาหารที่ผิดไปจากสัตว์โลก คือจะรับเอาแต่ความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นปฐพีที่ดี เพื่อผู้อยู่อาศัยจะได้รุ่งเรือง ร่ำรวย ทั้งจะคอยทำหน้าที่ดูดซับเอาราศีภายนอกและภายในซึ่งเป็นนามธรรม เกี่ยวกับสวรรค์และพื้นโลก เช่น ความงดงามของสายน้ำ ภูเขา สภาพแวดล้อมข้างเคียงเข้าสู่ตัวบ้าน ประตูบ้านจึงถือเป็นปากแห่งโชค และปากแห่งโชคตัวนี้จะต้องถูกต้องทั้งเรื่องทิศทาง ตำแหน่ง ขนาดและมีหมิงถังของประตู
แปลนบ้าน
ในยุคเกือบร้อยปีก่อนหน้านี้ การก่อสร้างบ้านเรือนจะให้ความสำคัญในเรื่องการหันทิศทางของบ้านเป็นหลัก ตัวบ้านอยู่ทิศไหน ประตูก็มักจะหันไปทางทิศนั้น บ้านเดี่ยวก็จะมีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียว แต่ในปัจจุบันตัวบ้านที่สร้างหันไปทางหนึ่ง ประตูก็อาจจะหันไปอีกทางหรือในลักษณะของรูปแบบคอนโดมิเนียม ที่มีการแบ่งห้องพักออกเป็นหลายปีกในอาคารเดียวกัน แต่ละปีกก็จะหันไปคนละทิศทาง โดยใช้ประตูของตัวอาคารเป็นประตูร่วมในการเข้าออกสู่ห้องพัก ซึ่งจะเห็นว่ามีความสลับซับซ้อนในเรื่องของประตูมากขึ้น ปัญหาก็คือจะยึดเอาทิศทางของประตูใหญ่หรือจะยึดเอาทิศของประตูห้องพัก หรือสำนักงานบนอาคารนั้น ๆ หรือยึดทั้ง 2 ประตูเป็นหลักในการวิเคราะห์ การดูทิศทางของการหันของประตูบ้านหรืออาคาร ในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องค่อนข้างจะยุ่งยากและสามารถทำให้สับสนได้ ถ้าหากเราไม่เข้าใจถึงหลักการและขั้นตอนของการวิเคราะห์ฮวงจุ้ย ก็สามารถทำให้ผิดพลาดได้และในที่สุดปัญหาความโชคร้าย ก็จะตกอยู่กับเจ้าของบ้านและธุรกิจของอาคารนั้น ๆ ซึ่งอาจจะมีอาจารย์ฮวงจุ้ยหลาย ๆ ท่านพยายามมองข้ามปัญหาและเคราะห์กรรมตรงจุดนี้ไป

การนำหลักของฮวงจุ้ยมาวิเคราะห์ในโครงการธุรกิจใหญ่ ๆ ที่ต้องใช้เงินทุนหลายร้อยล้านบาทนั้น จะต้องอาศัยความเชื่อถือและความศรัทธาของเจ้าของโครงการเป็นพื้นฐาน อย่างน้อยท่านเหล่านั้นจะต้องผ่านการทำสอบและพิสูจน์ในหลักวิชามาบ้างแล้ว มิฉะนั้น ก็คงไม่กล้าเสี่ยงต่อคำแนะนำของอาจารย์ฮวงจุ้ยทั้งหลาย

ตึกหรืออาคาร SOFTWART PARK บนถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นของบริษัท สามารถ เทเลคอม คอร์ปอเรชั่นจำกัด ในระยะแรกก่อนลงเสาเข็มทางกลุ่มผู้บริหารได้ให้เกียรติเชิญอาจารย์ตั้งซิวเง็ก จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นอาจารย์ของผู้เขียนไปคำนวณ และตั้งทิศทางการหันทิศทางประตูของตัวอาคาร อาคารแห่งนี้จะมีประตูเข้าสู่ตัวอาคารได้ถึง 4 ทิศทาง ได้แก่ทิศเหนือ ใต้ ตะวันออกและตะวันตก อันถือเป็นจตุรทิศที่ดีและอยู่ในองศาที่มีโชค ซึ่งมีอิทธิพลในการดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้อยากเข้ามาร่วมลงทุน เปิดสำนักงาน ร้านค้า

ในตัวอาคารแห่งนี้ ปัจจุบันยังเป็นที่ทำการของกระทรวงยุติธรรมและดูเหมือนเนื้อที่ทั้งหมดของอาคารจะเต็มหมดแล้ว อาคารเหล่านี้มีการใช้ประตูทั้ง 4 ทิศทาง ซึ่งถือว่าจำเป็นสำหรับอาคารสูง ๆ เช่นนี้ และบังเอิญเป็นประตูโชคถึง 3 ประตู ผู้เขียนเอง มีส่วนในเรื่องของการจัดวางผังที่ทำงาน เฉพาะชั้นที่เป็นที่ทำงานของ บริษัท สามารถ เทเลคอม คอร์ปอเรชั่น จำกัดเท่านั้น ซึ่งในการวัดหาตำแหน่งขององศา 4 ทิศทางประตูนั้น จะต้องขึ้นไปถึงดาดฟ้าลานจอดเครื่องบิน เพราะโครงสร้างที่เสริมไปด้วยเหล็กเส้น ทำให้การหาตำแหน่งทิศทางที่แน่นอนค่อนข้างจะลำบาก จะต้องอยู่ยืนนอตัวอาคารจึงจะหาทิศทางที่แน่นอนได้ ประตูที่มีโชค ผู้บริหารก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก การทำงานก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ง่าย

ตำแหน่งประตูหรือปากแห่งโชคตามหลักของฮวงจุ้ย

โดยหลักทั่วไป ประตูของบ้านหรืออาคารสำนักงาน นักวิศวกรหรือสถาปนิกสามารถที่จะออกแบบ โดยกำหนดตำแหน่งของประตูด้านหน้าอยู่ตรงไหนก็ได้ ไม่ได้วางหลักตายตัวเอาไว้ให้เป็นตำแหน่งซ้ายหรือขวา การทีมีคนนำหลักทฤษฎีเสือขาว-มังกรเขียวไปปรับใช้กับการกำหนดตำแหน่งของประตูนั้น เพราะว่า

ไม่สามารถหาหลักเกณฑ์อะไรมาให้ยึดถือ หรือปรับใช้กับสภาพความเป็นจริงของบ้านเรือนในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอย่างรวดเร็วได้
แบบบ้านชั้นครึ่ง
เกิดจากความไม่เข้าใจในพื้นฐานเดิมของทฤษฎี และไม่ได้ศึกษาถึงเหตุผลของการกำหนดสภาพแวดล้อม ในหลายรูปลักษณ์ของคนในสมัยก่อนนั้น
ทฤษฎีดังกล่าวเกิดขึ้น จากการกำหนดให้ทิศเบื้องหน้าของบ้านที่หันคือ ทิศใต้ แต่ปัจจุบันการนำเสือขาว-มังกรเขียวมาประยุกต์ใช้กับบ้านในทุกทิศทาง
การยึดถือทฤษฎีเสือขาว-มังกรเขียว เท่ากับเป็นการปฏิเสธถึงหลักความจริงของสภาพบ้านเรือนที่มีการกำหนดประตูไว้ทั้ง 4 ด้านคือ ซ้าย ขวา หน้า หลังและ 3 ตำแหน่งคือ ซ้าย ขวาและประตูตรงกลาง
จำนวนของประตูเข้าออกบ้านหรืออาคาร จะเห็นว่าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ๆ มักจะมีทั้งประตูด้านซ้าย ประตูด้านขวาและประตูตรงกลาง แต่จากการคำนวณตำแหน่งของดวงดาว ที่สัมพันธ์กับทิศทางของศาสตร์ฮวงจุ้ยพบว่าทุก ๆ 20 ปีไม่ว่าในปัจจุบันหรืออนาคตจะมีอยู่ทุก 3 ทิศใน 8 ทิศ ที่ตำแหน่งของประตูห้ามอยู่ในตำแหน่งด้านซ้าย ตรงกลางและด้านขวาของบ้าน โดยถือว่าเป็นตำแหน่งประตูที่จะส่งผลร้ายทุก 3 ปีแก่ผู้อยู่อาศัย ในเรื่องของอุบัติเหตุหรือเลือดตกยางออก

ในการกำหนดตำแหน่งประตูที่ดี ยังจะต้องเลือกเอาทิศทางที่ดีที่สุด ในกรณีที่ประตูทางเข้าออกของบ้านหรืออาคารนั้น ๆ มีเกินกว่า 1 ประตูและแต่ละประตูก็หันไปคนละทิศทาง การมีประตูหลาย ๆ ประตู อาจส่งผลให้ประตูใดประตูหนึ่งที่เราเหยียบย่างเข้าออกประจำ กลายเป็นประตูเสียหรืออับโชคของอีกประตูหนึ่งได้ ซึ่งกลับจะนำเอาปัญหาและอุปสรรคความไม่ราบรื่นเข้ามาให้ผู้อยู่คอยแก้ไข ซึ่งในทุกวันนี้จะหาคนที่ศึกษาและเข้าใจ หลักวิชาฮวงจุ้ยได้ลึกซึ้งถึงจุดนี้ค่อนข้างจะหายาก เพราะเท่าที่ประสบมา อาจารย์หรือผู้ที่ได้ชื่อว่าซินแสฮวงจุ้ย ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปในเรื่องการใช้อุปกรณ์ของขลัง มาประดับประดาไว้เท่านั้น โดยลืมความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ฮวงจุ้ย” ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมีโอกาสพบกับหลักวิชาฮวงจุ้ยแบบไหน

บทความโดย อ.ธิตินัย พันธุ์วิชาติกุล์แบบบ้านชั้นครึ่ง

จัดวางห้องรับแขกตามหลักฮวงจุ้ย

จัดวางห้องรับแขก ตามหลักฮวงจุ้ย
แบบบ้านชั้นครึ่ง
การจัดห้อง รับแขกภายในบ้านหรือภายในสำนักงาน ให้ถูกต้องตามหลักการทางฮวงจุ้ย และเพื่อเสริมสร้างบารมี พร้อมทั้งนำความมั่งมีศรีสุขมาสู่เจ้าของบ้าน

ห้องรับแขกจัดได้ว่าเป็นด่านแรกที่ทุกท่านใช้เป็นสถานที่ในการต้อนรับบุคคล ภายนอกที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนั้น เราจึงมักให้ความสำคัญในการตกแต่ง และประดับประดาสิ่งของให้ดูสวยงามตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน ซึ่งบางท่านอาจชอบ แบบหรูหรา บางท่านอาจชอบแบบขรึม ๆ บางท่านก็ชอบแบบคลาสิค หรือชอบแบบทันสมัยไฮเทค เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะจัดห้องรับแขกแบบใด ก็มักจะเป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกและรสนิยมของเจ้าของบ้านทั้งสิ้น ดังนั้น ห้องรับแขกจึงควรเป็นห้องหนึ่งที่เจ้าของบ้านสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนได้

หลักการจัดห้องรับแขก
1. ห้องรับแขกควรอยู่ในตำแหน่งและทิศทางที่รุ่งเรือง ซึ่งจะต้องสมพงษ์กับพื้นดวงของเจ้าบ้าน (ท่านต้องขอให้ผู้รู้คำนวณทิศทางที่เป็นมงคลของท่าน ซึ่งจะมีหลักการคำนวณ โดยใช้ศาสตร์ของโป๊ยหยี่สี่เถียวหรือดวงจีน นั่นเอง สำหรับท่านที่ไม่ทราบอาจขอให้ทางคอลัมน์คำนวณให้ได้ เป็นรายบุคคลไป เนื่องจากหากจะนำมาอธิบายในที่นี้ คงต้องเล่ารายละเอียดกันยืดยาวพอสมควร)
2. สีสันที่ใช้ในการตกแต่งห้องรับแขก ควรเป็นสีที่นำความรุ่งเรืองและเป็นสิริมงคลรวมทั้งต้องถูกโฉลกต่อตัวท่านเช่นกัน (ก็คงต้องอาศัยการคำนวณเป็นรายบุคคล เช่นเดียวกับ ข้อ1)
3. ห้องรับแขกควรจัดให้อยู่ในบริเวณที่เห็นได้เด่นชัด เนื่องจากจะบ่งบอกว่าท่านยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
4. ควรหลีกเลี่ยงการนำฉากมาตั้งไว้ตรงประตูทางเข้า เนื่องจากไม่สวยงามแล้วยังเป็นการสกัดกั้นการไหลเวียนของกระแสชี่ หรือกระแสของโชคลาภที่จะไหลเวียนเข้ามาภายในบ้านท่านด้วย
5. ภายในห้องรับแขกไม่ควรติดกระจกหรือวัสดุสะท้อนแสง เนื่องจากจะกลายเป็นสะท้อนแขกของท่านออกไป
6. บริเวณด้านหลังห้องรับแขกไม่ควรเป็นห้องนอน หรือบันไดวน
7. หลีกเลี่ยงการจัดวางห้องรับแขกอยู่บริเวณคานของตัวบ้าน หรือใต้ชั้นลอย เนื่องจากจะสร้างความรู้สึกอึดอัด และแขกจะรู้สึกถูกเหยียบย่ำอยู่ตลอดเวลา
8. สำหรับท่านที่ชอบเลี้ยงปลาสวยงาม อาจตกแต่งห้องรับแขกด้วยตู้ปลา แต่ควรระมัดระวังเรื่องตำแหน่งของที่ตั้งตู้ปลาด้วย เนื่องจากในทางฮวงจุ้ย ตู้ปลาเปรียบเสมือน “น้ำ” และ “น้ำ” ในทางฮวงจุ้ยมีบทบาทสำคัญในการเก็บกักกระแสชี่ หรือกระแสมงคล ดังนั้นการวางตู้ปลาจึงควรอยู่ในตำแหน่งไชอุย หรือตำแหน่งโชคลาภ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่อยู่ตรงข้ามประตู หรือด้านที่ทะแยงกับมุมของประตู้ห้องรับแขกทั้ง 2 ด้าน

นอกจากนี้ตู้ปลาควรตั้งอยู่ในตำแหน่งรุ่งเรืองที่ถูกโฉลกกับพื้นดวงชะตาของเจ้าของบ้านอีกด้วยก็จะดีมากแบบบ้านชั้นครึ่ง9. ตำแหน่ง “ไชอุย” หรือตำแหน่งรับโชคลาภของห้องรับแขกไม่ควรทำเป็นประตู เนื่องจากโชคลาภที่ไหลเวียนเข้ามาจะเก็บไว้ไม่อยู่ จะไหลออกไปหมด เปรียบเสมือนท่านทำงานหาเงินมาได้มากเท่าไหร่ก็จะมีแต่ทางใช้จ่ายไปมาก ไม่สามารถเก็บสะสมออมทรัพย์ได้
10. หลอดไฟที่จะนำมาประดับเพดาน ควรเป็นรูปทรงกลม เปรียมเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ส่งสกาวสดใสระยิบระยับเต็มไปหมด ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าให้ท่านอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด
11. หากท่านต้องการวางตู้โชว์ภายในห้องรับแขก ที่ควรจัดวางในต่ำแหน่งที่รุ่งเรืองและส่งเสริมพื้นดวงของเจ้าของบ้านด้วย เช่น ถ้าเจ้าของบ้านขาดธาตุน้ำก็ควรวางตำแหน่งตู้โชว์ทางทิศเหนือ ซึ่งหมายถึง ธาตุน้ำ เป็นต้น
12. ชุดรับแขกหรือโซฟา ก็ควรจัดให้เรียงรายอยู่ในบริเวณเดียวกับตู้โชว์ โดยอาศัย หลักการที่ว่าเจ้าของขาดธาตุใด หรือต้องการเสริมธาตุใดก็ควรวางโซฟาไว้ในทิศทางนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากการจัดวางตู้โชว์และโซฟา เปรียบเสมือนภูเขาที่รับลมจากน้ำ และเป็นพลังหยิน คือความนิ่งนั่นเอง จะบ่งบอกถึงความมั่นคงหนักแน่นที่จะช่วยเสริมบารมีให้แก่เจ้าของบ้านได้ ในขณะเดียวกัน ประตูเข้าห้องรับแขกก็เปรียมเสมือนพลังหยาง เป็นการรับลมจากฟ้า หรือรับกระแสชิ่ให้ไหลเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน

การจัดห้องรับแขกสำหรับบุคคลที่ต้องการธาตุน้ำมาเสริมในดวงชะตาก็ควรจัดให้อยู่ในมุมของทิศเหนือ หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหมายถึงธาตุน้ำและธาตุทองตามลำดับ
แปลนบ้าน
ในบ้านแต่ละหลัง ตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่เจ้าของบ้านไม่ควรละเลยในการจัดวางให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่เย็นเป็นสุข ประสบแต่โชคลาภ ซึ่งบุคคลทั่วไปมักให้ความสำคัญกับการจัดตำแหน่งห้องนอน ห้องพระ แต่มีอีกหลาย ๆ ท่านที่ละเลยการจัดวางตำแหน่งไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น หากท่านพอมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนี้บ้างพอสมควรแล้ว เชื่อว่าหากท่านจัดห้องรับแขกได้ถูกหลักการตามที่กล่าวมาข้างต้นได้แล้ว ท่านก็จะมีที่อยู่อาศัยที่จะบันดาลความสุข ความเจริญรุ่งเรืองและความอบอุ่นมาสู่ครอบครัวของท่านได้ชั่วนิรันดร์แบบบ้านชั้นครึ่ง

ความแตกต่างระหว่างอพาร์ทเมนท์

ความแตกต่างระหว่างอพาร์ทเมนท์ กับ แมนชั่น ในความหมายของคนไทยเราๆคือ

แมนชั่น

ห้องชุดพักอาศัยให้เช่า ซึ่งมีราคาตั้งแต่ปานกลางจนกระทั่งสูง ส่วนใหญ่ให้เช่าในตัวเมืองที่มีราคาที่ดินสูง
แบบบ้านชั้นครึ่ง
เป็นที่พักอาศัยกึ่งถาวรครับ ลักษณะเป็นการทำสัญญาเช่าเป็นปีขึ้นไป บางแห่งเป็นลักษณะแบบเซ้ง หรือ ซื้อเป็นที่อยู่ถาวร คล้ายคอนโดครับ แต่ผู้เช่าซื้อ ไม่มีสิทธิ์ในตัวอาคาร และพื้นที่ “ส่วนกลาง”ราคาค่อนข้างสูง

อพาร์เม้นท์
แบบบ้านชั้นครึ่ง
ห้องชุดพักอาศัยให้เช่า ซึ่งมีราคาตั้งแต่ประหยัดสุดจนกระทั่งปานกลาง ส่วนใหญ่ให้เช่าบริเวณชานเมือง สถานศึกษา หรือชุมชนต่างๆ
เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว / เช่ารายเดือน หรือเรียกกันง่ายๆว่า ห้องเช่า ราคาถูก ผู้เช่า ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอะไรในห้องเช่านั้นๆได้ครับ

คอนโด
แปลนบ้าน
ห้องชุดพักอาศัยเพื่อขาย ซึ่งมีราคาตั้งแต่ปานกลางจนกระทั่งสูง มีที่ตั้งทั้งในตัวเมือง ชานเมืองและบริเวณชุมชน

แฟลต

ห้องชุดพักอาศัยเพื่อขาย ซึ่งมีราคาตั้งแต่ประหยัดสุดจนกระทั่งปานกลาง มีที่ตั้งทั้งในตัวเมือง ชานเมืองและบริเวณชุมชนแบบบ้านชั้นครึ่ง

การตกแต่ง Living room ห้องรับแขก

การตกแต่ง Living room ห้องรับแขก

ถ้าเปรียบตัวบ้านภายนอกเสมือนดวงตาที่สะท้อนความเป็นตัวคุณ แต่ยังคงแฝงความนัยให้ต้องค้นหาห้องรับแขกก็คงเปรียบได้กับถ้อยคำวาจาที่บอกเล่าบุคลิกความเป็นตัวของคุณนั่นเอง SCAsset ฉบับนี้นำเสนอ 6 ห้องนั่งเล่น 6 สไตล์ 6 บรรยากาศ ที่ล้วนสวยงามมีเอกลักษณ์ แล้วก็คงช่วยกระตุ้นต่อมแรงบันดาลใจให้คุณลุกขึ้นมาตกแต่งบ้านสวยของคุณกันอย่างแน่นอน
แบบบ้านชั้นครึ่ง
Living shelve

ห้องนั่งเล่นเรียบเท่ที่สะท้อนความทันสมัยผ่านการใช้วัสดุ เช่น พื้นและเพดานซีเมนต์ขัดมันดูเรียบง่ายทันสมัย หรือบันไดเหล็กดีไซน์บางตาแฝงลูกเล่นของการดีไซน์ แท่นคอนกรีตยาวดูลอยตัวเพิ่มให้มีมิติใช้เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของโซฟาและชั้นวางของแสนเท่แปลกตา ใช้พื้นที่บนผนังให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำเป็นชั้นเก็บหนังสือ แบ่งช่องในจังหวะและเส้นลายสวยงาม ดีกว่าปล่อยไว้ให้เป็นลานวิ่งเล่นของเหล่าจิ้งจก
แบบบ้านชั้นครึ่ง
Design icons

หากคุณคิดจะลงทุนกับการตกแต่งห้องนั่งเล่นใหม่ โดยไม่ให้เสียเปล่าไปเมื่อล้าสมัย ลองเลือกหาเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์อมตะของดีไซเนอร์ดังจากอดีตอย่างเก้าอี้ไม้อัดขึ้นรูป LCW ที่ออกแบบโดย Eamesหรือลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยของดีไซเนอร์ปัจจุบัน ที่คาดว่าจะโด่งดังจนเป็นดีไซเนอร์อมตะในอนาคต รูปขาว-ดำเป็นของตกแต่งที่ไม่มีคำว่าล้าสมัยเช่นเดียวกับโต๊ะกาแฟโครเมียมแวบวับทั้งตัวแบบในภาพที่ยังดูกลืนหายไปใช้ร่วมกับการตกแต่งได้ทุกสไตล์เช่นกัน
Bare country
แปลนบ้าน
คงไม่มีใครปฏิเสธความสวยหวานของสีสันและลวดลายดอกไม้ใบไม้ของการตกแต่งสไตล์อิงลิชคันทรี่ ลวดลายขนาดใหญ่กับโทนสีจัดจ้านนั้น อาจเหมาะกับบ้านเมืองที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น แต่สำหรับบ้านเมืองร้อนแบบเราๆ แล้ว จัดจ้านผนวกกับลายขนาดใหญ่ อาจดูแล้วอึดอัดร้อนรุ่มใจได้ไม่น้อย แต่ถ้ารักสไตล์นี้จริง ลองลดความแรงลงให้มีโทนสีบางตาแลดูสบายตา และเติมสีสันด้วยผ้าบุหรือพรมสีเอิร์ธโทนที่ไม่จัดจ้านเกินไป
Neo retro

สร้างสรรค์สไตล์ให้บ้านสวยไม่ตกยุคกับการตกแต่งแบบเรโทรที่เคยนิยมมาก่อนในอดีต ในปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยม
อย่างมากอีกครั้ง และมีแนวโน้มว่าจะติดกระแสตลอดกาล แต่จะมัวเมาตามกระแสอยู่ใย ลองชูรสเพิ่มสีสันให้สไตล์เรโทรซู่ซ่าสดใสและ
ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการใส่ผ้าบุสีสดใสและลายกราฟฟิกแบบป๊อปอาร์ต รวมไปถึงการนำเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งแนว
โมเดิร์นมาร่วมตกแต่ง เท่านี้เรโทรของคุณก็ดูเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครแล้ว
Cheerful modern

บางครั้งสไตล์การตกแต่งที่ดูเท่ทันสมัย เน้นใช้ผนังคอนกรีตเปลือย ใช้ข้าวของสีขาว หรือมีงานโลหะเข้ามาเป็นส่วนของเฟอร์นิเจอร์และส่วนตกแต่ง อาจดูแล้วมีบรรยากาศแข็งกระด้างไม่ถูกรสนิยมของบางคน แต่หากมีการนำความสดใสของสีสันมาร่วมตกแต่งก็น่าจะดีทีเดียว
Native vintage
ผสมผสานความงามแบบพื้นถิ่นกับความหรูหราอ่อนช้อยแบบวินเทจ ตกแต่งห้องโดยรวมด้วยรายละเอียดและสีสันในแบบวินเทจ ตั้งแต่การใช้สีชมพูกะปิโทนอ่อน ตัดสลับด้วยคิ้วบัวพื้น บัวผนังและบัวเพดานสีขาวโดดเด่น เติมแต่งเส้นสายอ่อนช้อยด้วยกรอบกระจกเงา กรอบรูป และโคมไฟเพดานสีทองรมดำ แล้วที่เหลือก็ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าแบบง่ายๆ ควบคู่กับผ้าทอพื้นบ้านในแบบต่างๆ เพียงเท่านี้ก็สวยหรูแบบติดดินได้
บทความจาก SCAssetแบบบ้านชั้นครึ่ง

ส่องกล้องมองดีไซน์บ้าน

ส่องกล้องมองดีไซน์บ้าน สีสันสถาปัตยกรรม
แบบบ้านชั้นครึ่ง
วันที่ 29 กรกฎาคม 2551
การแข่งขันในตลาดบ้านที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น บวกกับพฤติกรรมการเลือกซื้อบ้านของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินจำเป็นต้องคิดละเอียดมากขึ้น พร้อมๆ กับสร้างจุดขายที่แตกต่างเพื่อดึงดูดใจคนซื้อ
นอกจากกลยุทธ์ด้านการตลาด การวางคอนเซ็ปต์ในการพัฒนาโครงการ การวางผังโครงการที่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมด้วยการดึงธรรมชาติและความร่มรื่นของพรรณไม้ สวนหย่อม ทะเลสาบ มาสร้างบรรยากาศให้โครงการ มีความน่าอยู่ รวมทั้งลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภค คลับเฮาส์ สิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านและโครงการแล้ว โมเดลหรือแบบบ้านแต่ละหลังถือเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
ไม่แปลกที่เวลานี้หากมีโอกาสแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนโครงการบ้านจัดสรร หรือแม้กระทั่งคอนโดมิเนียมที่กระจายอยู่ทุกทำเลในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล คุณจะเห็นแบบบ้านหลากหลายสไตล์จากทั่วโลกมารวมอยู่ที่เมืองไทย
ไม่เฉพาะแค่รูปแบบหรือดีไซน์เท่านั้นที่ดูสวยงามแปลกตา แม้แต่ชื่อที่ใช้เรียกขานบ้านแต่ละแบบแต่ละสไตล์ก็ยังฟังดูแปลกหูจดจำกันไม่หวาดไม่ไหว
ย้อนกลับไปก่อนหน้าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แบบบ้านในโครงการจัดสรรส่วนใหญ่จะมีสไตล์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่องค์ประกอบบางอย่างซึ่งเป็นฟังก์ชันปลีกย่อย การใช้สีสัน ลูกเล่น รูปทรงหลังคา ฯลฯ อาจจะไม่เหมือนกัน
ส่วนใหญ่จะเน้นแบบบ้านร่วมสมัยผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกกับตะวันตก ไม่ล้ำยุคเกินไปแต่ก็ไม่ล้าสมัยง่ายๆ ดูคลาสสิกและมีรสนิยมอย่างสไตล์ modern classic, modern contemporary, tropical contemporary, contemporary classic หรือสไตล์ post modern ฯลฯ เป็นต้น
ขณะที่ผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้น เพราะนอกเหนือจากการพิจารณาเรื่องการจัดวางผังโครงการ สภาพแวดล้อม บรรยากาศ ความร่มรื่นของพรรณไม้ สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ถนนหนทาง ตลอดจนสาธารณูปโภคต่างๆ แล้ว ยังสามารถเลือกซื้อบ้านในสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงกับแบบหรือสไตล์ที่โดนใจได้

ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ตะวันออกอย่างบ้านไทยย้อนยุค บ้านไทยประยุกต์ บ้านสไตล์อิงธรรมชาติ บ้านสไตล์บาหลี สไตล์ยุโรป อเมริกา รวมทั้งไชน่าสไตล์ที่นิยมใช้กับบ้านหรูในโครงการที่เจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยเชื้อสายจีน

และนี่คือตัวอย่างแบบบ้านหลากหลายสไตล์ที่มีให้เห็นกระจายอยู่เกือบทุกทำเลในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ในเมืองท่องเที่ยวทุกภูมิภาคในเวลานี้

“บ้านไทยย้อนยุค” สุดคลาสสิก

ประเดิมด้วยแบบบ้านสไตล์ไทยย้อนยุคที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวหลายๆ โครงการ ทั้งในตลาดระดับกลางและระดับบน ไม่น่าแปลกใจที่ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย เพราะความประณีตงดงามของบ้านสไตล์ไทยนั้นนอกจากจะได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทยแล้ว แม้แต่ลูกค้าชาวต่างชาติก็ยังถวิลหา เห็นได้จากรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ ในเมืองท่องเที่ยวหลักหลายแห่งอย่างภูเก็ต กระบี่ พัทยา เชียงใหม่ จะมีบ้านสไตล์ไทยหลากหลายแบบไว้รองรับลูกค้ากลุ่มนี้
แปลนบ้าน
ขณะที่บ้านไทยย้อนยุค และบ้านไทยประยุกต์ ที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพการอยู่อาศัยและการใช้งานในปัจจุบันในโครงการจัดสรรที่ดินก็หาได้ไม่ยาก อาทิ บ้านในโครงการโนเบิล วานา ของบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บ้านในโครงการบ้านฟ้า ปิยรมย์, บ้านฟ้าปิยรมย์ เลค แอนด์ พาร์ค ของบริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) โครงการบ้านอบอุ่นของบริษัท บ้านอบอุ่น จำกัด บ้านไทยสไตล์สาทรในหลายๆ โครงการของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)
แบบบ้านชั้นครึ่ง
แม้แต่บ้านเช่าสุดหรูที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าผู้บริหารบริษัทต่างชาติ ตั้งอัตราค่าเช่า 2.5 แสนบาทต่อเดือน อย่างโครงการแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สาทร โครงการบ้านเช่าที่ดำเนินการโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มจีไอซีจากสิงคโปร์ที่จะเปิดตัวในตลาดประมาณปีหน้า ก็ใช้สไตล์แบบบ้านไทยเป็นจุดขาย รวมทั้งบ้านไทยสไตล์ล้านนาในโครงการโกลเด้น ล้านนาของบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ เป็นต้น

ส่วนรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยวที่ชูจุดเด่นบ้านสไตล์ไทยรองรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ บ้านในโครงการกระบี่ ซันแซท บ้านริมชายหาด ในจังหวัดกระบี่ บ้านในโครงการจอมช้าง วิลล่า จังหวัดภูเก็ต บ้านในโครงการกมลานาทองเฮ้าส์ ภูเก็ต และอีกหลายต่อหลายโครงการทั้งในหัวหิน ชะอำ ปราณบุรี และเมืองพัทยา เป็นต้น

สไตล์บาหลีต้นแบบบ้านกึ่งรีสอร์ต

นอกจากบ้านแบบไทยแล้ว บ้านสไตล์ตะวันออกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ บ้านสไตล์บาหลี ทั้งที่ก่อนหน้านี้แบบบ้านสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้กับบ้านพักตากอากาศ และรีสอร์ตเป็นหลัก แต่เมื่อนำมาใช้เป็นแบบบ้านในโครงการจัดสรรก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นสไตล์บาหลีประยุกต์ เพื่อให้เหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น สำหรับบ้านสไตล์นี้จะมีจุดเด่นที่สวนและพรรณไม้น้ำ ให้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติไปอีกรูปแบบหนึ่ง คล้ายๆ เป็นบ้านกึ่งรีสอร์ตชวนให้น่าอยู่อาศัย

โครงการบ้านจัดสรรที่ออกแบบบ้านเป็นสไตล์บาหลี อาทิ โครงการบารานี รังสิต คลอง 3 ของกลุ่มบลิสแบงคอก โครงการดิสคอพเวอรี่ บาหลีไฮ ของบริษัท ธาราพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บ้านในโครงการบ้านศุภวรรณ ใกล้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค เป็นต้น แม้แต่พี่เอื้อยอย่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ซึ่งไม่ได้นำแบบบ้านสไตล์บาหลีมาเป็นแบบบ้านในโครงการโดยตรง ก็ยังนำรูปแบบการจัดสวนสไตล์บาหลีไปเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการตกแต่งสวนในบ้านบางโครงการ

โมเดิร์นสไตล์โดนใจคนรุ่นใหม่

ขณะที่ลูกค้าหลายๆ กลุ่มนิยมชมชอบแบบบ้านที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ บ้านย้อนยุคที่นำมาประยุกต์ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม และมีรสนิยม ลูกค้าบางกลุ่มโดยเฉพาะคนรุนใหม่ หรือลูกค้าที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศกลับให้ความสนใจกับแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีความทันสมัยทั้งรูปลักษณ์ในเรื่องของการดีไซน์และฟังก์ชันการใช้สอยภายใน

ผู้ประกอบการที่ค่อนข้างจะโดดเด่นในการพัฒนาโครงการและออกแบบบ้านโดยเน้นรูปแบบการดีไซน์ที่มีความทันสมัยและมีรสนิยม เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่และได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี อาทิ โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ รวมทั้งเคปเปลไทย พร็อพเพอร์ตี้ฯ บริษัทร่วมทุนระหว่างดีเวลอปเปอร์ไทยกับสิงคโปร์ที่ประเดิมพัฒนาโครงการในแนวราบโครงการแรก คือ วิลล่า อะคาเดีย ศรีนครินทร์

เป็นที่น่าสังเกตว่า แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นจริงๆ ในโครงการจัดสรรมีไม่มากนัก แต่หากเป็นที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯในย่านใจกลางเมือง ส่วนใหญ่จะออกแบบตัวโครงการรวมทั้งฟังก์ชันการใช้ประโยชน์ สิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ โดยเน้นความทันสมัยและความสะดวกสบาย เพื่อให้สามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ นักธุรกิจ นักลงทุน ตลอดจนลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในตลาดคอนโดฯ

ชูสถาปัตยกรรมหลากสไตล์สร้างสีสัน

ที่น่าจับตามองคือการนำเอาจุดเด่นของแบบบ้านหลากหลายสไตล์ ทั้งที่เป็นสถาปัตยกรรมไทยและต่างชาติมาเป็นจุดขาย ที่เวลานี้กลับมาได้รับความนิยมจากคนซื้อบ้านอีกครั้งหนึ่ง โดยรอบนี้เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ฯ เจ้าตลาดทาวน์เฮาส์ย่านใจกลางเมืองดูเหมือนจะเป็นรายแรกๆ ที่เข้ามาปลุกกระแสตลาดด้วยการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมทั้งจากยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ฯลฯ มาใช้

ล่าสุดเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ฯนำจุดเด่นในส่วนนี้มาเป็นจุดขาย โดยชูสโลแกน “ไม่ว่าบ้านในสไตล์มหานครไหนในโลก AP พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ…” อาทิ สไตล์ซานฟรานซิสโก, มอนติ คาร์โล, แกรนด์เดอปารีส, ลูเซิน, แกรนด์เดอเวียนนา, บริติชทาวน์ และซิดนีย์

ขณะที่กลุ่มดีคิว พร็อพเพอร์ตี้ คอร์ปอเรชั่น ของตระกูล “เจียรวนนท์” เจ้าของโครงการแมคโนเลียส์ บางนาตราด ก.ม.7 หมายมั่นว่าบ้านเดี่ยวในสไตล์แคลิฟอร์เนียตอนใต้จะได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี นอกนั้นมีโครงการหัวหิน คริสตัล วิวของกลุ่มทุนต่างชาติที่ร่วมทุนพัฒนาโครงการกับทุนไทยที่ใช้แบบบ้านสไตล์สเปนิช และเมดิเตอร์เรเนียนนำร่องในตลาด

ทั้งหมดเป็นแค่หนังตัวอย่างของการนำสถาปัตยกรรมหลากหลายสไตล์มาเป็นจุดขายและสร้างสีสันให้กับตลาดบ้านไม่น้อยแบบบ้านชั้นครึ่ง

พิจารณาฮวงจุ้ยของตำแหน่งเตียงนอน

ฮวงจุ้ยที่นอน….พิจารณาฮวงจุ้ยของตำแหน่งเตียงนอน
วันที่ 29 กรกฎาคม 2551
1. เตียงนอนใต้ไฟ ศีรษะมีไฟส่อง กระสับกระส่ายไม่สบายตัว
2. เตียงนอนอยู่ใต้คาน ทำให้ต้องรับภาระหนัก มีเรื่องให้แก้ปัญหาเสมอ
แบบบ้านชั้นครึ่ง
3. เตียงนอนมีเสาบังอยู่ทั้ง 2 ข้าง เหมือนถูกบีบจากเสามีแต่เรื่องเครียดอยู่ตลอดเวลา
4. เตียงนอนตรงประตูทางเข้าออก ป่วยออดๆ แอดๆ เสมอ
5. เตียงนอนตรงประตูห้องน้ำ ป่วยด้วยโรคช่องท้อง เช่น มดลูก ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก อัมพาต
6. เตียงนอนวางลอยๆ กลางห้อง เหมือนเมรุเผาศพ คนเดินผ่านได้รอบข้างเป็นการจัดวาง ที่รับอันตรายได้รอบทิศทางถือว่าไม่เป็นมงคล
7. กระจกแผ่นใหญ่ส่องเตียงนอน ป่วยง่าย ทำให้ตกใจง่าย เหมือนถูกผีหลอกทั้งๆ ที่เป็นตัวเอง การป่วยจะเป็นการป่วยเรื้อรัง
8. วางเตียงนอนไว้ใต้บันได ถือว่ารับแต่ของสกปรก หรืออัปมงคลไว้ตลอดเวลาเป็นลักษณะกดทับแก้ปัญหายาก
แบบบ้านชั้นครึ่ง
9. เตียงนอนใต้แอร์ส่วนหัวเตียง ศีรษะจะถูกกดทับ
10. มีแฟน นอนบนเตียง
มักจะนอนไม่ค่อยหลับสนิท
แถมโคลงเคลงไปมา จะปวดตามบั่นเอวและแน่นหน้าอก จะปวดหน้าขา แต่ในขณะเดียวกันก็มีการเกร็งช่องท้องเหมือนจะตกจากท ี่สูงแต่ก็จะรู้สึกสนุกและเสียวไปในตัว ขณะเดียวกันก็จะรู้สึกมึนหัวคล้ายๆกับว่าจะต้องก้มหร ือโก้งโค้งอะไรประมาณนั้น บางครั้งถ้าเฮี้ยนมากๆก็จะละเมอร้งครวญครางออกมาไม่ เป็นภาษา ….. แต่จะมีความสุข แต่ในบางรายที่องค์ลงตัวและจิตอ่อนก็อาจจะมีอาการท้อ งบวม เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างในและท้องจะโตขึ้นเรื่อ ยๆจนถึงเดือนที่ 9
จะมีกุมารหรือกุมารีน้อยมาคอยปกป้องรักษาจิตใจเราให้ ดีขึ้นแบบบ้านชั้นครึ่ง

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.